A theory of social ontology

ontology

Lawson (2005) พยายามอธิบายถึงความแตกต่างรว Heterodox economics กับ Mainstream economics ส่วนที่น่าสนใจและเป็นประเด็นก็คือ Lawson ก้าวข้ามจากการพูดถึง epistemology หรือวิธีการแสวงหาความรู้ ไปสู่การพูดถึง ontology สืบเนื่องจากการมี ontology ที่แตกต่างกัน ขณะที่ศศกระแสหลักให้ความสำคัญกับการพิจารณาถึง ปัจเจกบุคคล ในลักษณะแบบ atom ที่แยกขาดออกจากกัน พวกศศกระแสรองอื่นๆเริ่มจาก A theory of social ontology กล่าวคือพวกนี้ไม่ได้มองว่ามนุษย์เป็นปัจเจกบุคคลที่แยกขาดออกจากกัน แต่มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องมี interactions หรือมี social relations กันเป็นพื้นฐาน และการมี social relations กันนี้ตั้งอยู่บน context ของสถาบันทางสังคมฯลฯ อีกทีหนึ่ง ดังนั้นการคิดแบบปัจเจกบุคคล การคิดแบบ closed system และ causal relations แบบตัวแปรอิสระกำหนดตัวแปรตาม จึงไปกันไม่ได้กับ A theory of social ontology แบบศศกระแสรอง ที่ยังให้ความสำคัญกับ interactions รว agency และ structure ที่พอเขย่าออกมาแล้ว ยากที่จะหาข้อสรุปแบบฟันธงไปได้ เพราะอยู่ในลักษณะ becoming ที่จะเป็นอะไรก็ได้ ในแง่หนึ่งอาจจะพูดว่า มี potential เพราะ agency ไม่ได้ลอยเท้งเต้งอยู่บนอวกาศ(อันไร้น้ำหนักและแก่นสาร) สภาวะของ ปัจเจกบุคคลแบบ atomic ต่างหากที่เป็นลักษณะพิเศษ ที่ยากจะเกิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่อรรถาธิบายทางทฤษฎีต่างๆของศศกระแสหลักนั้นค่อนข้างจะตัดขาดจากสภาวะความเป็นจริง และมุ่งเน้นไปที่ model ที่ค่อนข้างจะเป็นนามธรรม

จุดเน้นของความแตกต่างดังกล่าว จึงมุ่งไปที่ ontology ไม่ใช่ epistemology หรือ methodology เมื่อมองย้อนกลับมาที่ข้อถกเถียงเรื่องความแตกต่างในวิธีวิทยาที่นักศศไทย ไม่วาจะเป็น ไกรยุทธ หรือ อัมมาร์ เคยพยายามเปิดประเด็น ก็คงมุ่งไปได้มากสุดแค่ epistemology หรือตกแป๊กอยู่ที่ methodology หากแต่ไปไม่ถึงขั้น ontology

“If we knew both that social life was everywhere atomistic, and also that for any type of outcome we could effectively isolate a fixed set of causes (treating all other causal processes as a kind of stable, non-intervening or homogeneous backdrop), we should have grounds for feeling confident in the emphasis that mainstream economists place on the sorts of deductivist methods they use. However, our best ontological analysis suggests that
closures are a special case of social ontology, while our a posteriori experience is that this special case seems not to come about very often at all.”

Tony Lawson

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: