Marx’s missing book: wage labour

“healing dance” by Chidi Okoye

วันนี้นั่งอ่านงานของ Lebowitz เล่มนี้ Beyond Capital: Marx’s Political Economy of the Working Class เพิ่งได้มาเมื่อสองวันก่อน อ่านแล้วก็เริ่มวางไม่ลงทั้ง ๆ ที่จริง ๆ มีงานสำคัญค้างคาอยู่หลายอย่าง แต่ก็นั่นนะละปัญหาเดิมคือ ความสงสัยใคร่รู้ในบางเรื่องนั้นแรงกว่าบางเรื่องแบบผิดกันลิบลับ อันนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นนิสัยส่วนตัวที่ไม่ดีนัก หึ หึ อ่านแล้วก็วางไม่ลงจริง ๆนะละอย่างที่บอก ในเล่มนี้ลีโบ(เรียกเองละกันว่าลีโบ)บอกว่า สำหรับงานของมาร์กซ์นั้นน่าจะมีเล่มหรืองานที่ไม่สมบูรณ์หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็น missing book ที่สำคัญสุด ๆ อยู่หนึ่งเล่ม คือ เล่มที่เกี่ยวกับ Wage labour เนื่องจากอย่างที่ทราบกันว่าถ้าอ่านใน กรุนไดรท์หรือบางคนเรียกว่า กรุนดิซเซ จะพบว่ามาร์กซ์วางแผนไว้ว่าจะเขียนงานในซีรีย์ (life-long series) ของตัวเองทั้งหมดหกเล่มด้วยกันคือ Capital, Landed Property, Wage Labour, State, International Trade, World Market แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วประสบผลสำเร็จแค่ Das K

บางคนก็บอกว่า มาร์กซ์เปลี่ยนแผนคือได้นำเอาหัวข้ออื่น ๆ ใส่เข้าไปใน Das K บ้าง แต่บางคนก็บอกว่าไม่จริงมันมีบางส่วนใช่ แต่บางส่วนที่สำคัญอย่างเช่น เล่ม Wage Labour นั่นมาร์กซ์ยังไม่ได้เขียน หรือตั้งใจจะเขียนอยู่ และยังไม่ได้จับใส่เข้าไปใน Das K ทั้ง 3 เล่มเลย ซึ่งลีโบก็อยู่ในพวกหลังนี้ที่เชื่อว่า มาร์กซ์ยังไม่ได้เขียนเล่ม Wage Labour แถมยังบอกเอาไว้ด้วยว่ายังไม่ได้เขียน ปัญหาของการเขียนหรือไม่เขียนเล่มนี้ก็คือ มันมีประเด็นให้ถกเถียงกันถึงความไม่สมบูรณ์หรือความไม่ลงรอยกันบางอย่างในทฤษฏีหรือการวิเคราะห์ของมาร์กซ์ใน Das K จริงๆ มันก็มีประเด็นให้ถกเถียงกันอยู่เรื่อย ๆ ในหลายเรื่อง แต่ประเด็นในที่นี้เป็นเรื่องของแรงงาน ที่พูดถึงความต้องการของแรงงานที่เป็นความต้องการขั้นต่ำที่เราพูดถึงในการผลิตซ้ำแรงงานจำเป็น ว่ามันมีความคงที่ หรือกำหนดไว้ได้หรือเปล่า นั่นคือ real wage นั้น constant หรือเปล่า หรือมันมีการเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสังคม วัฒนธรรม อะไรทำนองนี้ เพราะในการวิเคราะห์บางตอนใน Das K นั้นในบางครั้งก็เสมือนหนึ่งมาร์กซ์จะกำหนดให้คงที่ และถ้ามาร์กซ์กำหนดให้คงที่ แล้วถ้า productivity ของการผลิตโดยเฉพาะแรงงานนั้นเปลี่ยนแปลงไป ประเด็นที่ แซมมวลสันยกมาเรื่อง logical incompatibility of 2 laws : the law of falling rate of profit and the law of immiseration of the working class ก็อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งลีโบบอกว่าความจำเป็นขั้นต่ำนั้น(มีส่วนที่) มีการเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสังคมและวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้ โลจิกสองอันนี้ไม่ได้ขัดกัน และที่ในบางครั้งมาร์กซ์กล่าวอ้างว่า “คงที่” ก็เพราะมาร์กซ์พิจารณาในมุมของ Das K ซึ่งเป็นมุมของทุน และต้องการชี้ให้เห็นบางประเด็น ซึ่งเมื่อเลยผ่านตรงนี้ไปมาร์กซ์ก็จะ drop ข้อสมมตินี้ไป เสีย

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การวิเคราะห์ของมาร์กซ์ใน Das K นั้น ลีโบบอกว่าเป็นเพียงด้านเดียวคือวิเคราะห์จากมุมของทุน หรือจากกระบวนการทำงานของทุน ก็คือการผลิตซ้ำ(แบบขยายตัว)ของทุน ใน motto ที่เรารู้จักกันดี ว่า Accumulate accumulate ซึ่งถ้ามองจากการวิเคราะห์แบบนี้ด้านเดียว ก็มีการวิจารณ์กันว่ามาร์กซ์ตกไปอยู่ในกับดักของ POL ECON ที่มาร์กซ์ต้องการจะวิพากษ์นั่นแหละ ประเด็นมีมากกว่านั้นแต่ขอข้ามไป

ลีโบก็เลยบอกว่า เพื่อให้การวิเคราะห์ของมาร์กซ์สมบูรณ์มันก็ต้องมีการวิเคราะห์จากมุมแรงงานด้วย นั่นก็คือ หนังสือเล่มที่หายไปของมาร์กซ์นั่นเอง ซึ่งก็แน่นอนว่าสองมุมนี้มีความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน แต่ภายใต้ความขัดแย้งก็คือ การดำรงอยู่ของอันหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับการดำรงอยู่ของอีกอันหนึ่ง การผลิตซ้ำอันหนึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการผลิตซ้ำของอีกอัน ถ้ามองแบบความสัมพันธ์ก็อาจจะพูดแบบโง่ ๆ ได้ว่า เพราะมีแรงงานถึงมีทุน และเพราะมีทุนจึงต้องมีแรงงาน และเพราะมีการผลิตซ้ำสองวงนี้จึงมีวิถีการผลิตแบบทุนนิยม ซึ่งลีโบก็ดีเบทไว้หลายประเด็นแต่สรุปแบบนี้คือ

Consider the process of production of capital and that of wage-labor. Firstly, these processes are opposites. In the first, labor-power is consumed by capital, exists for capital; in the second, labor-power is consumed by the worker and existed for the worker. In the first, the means of production posses and dominate the worker; in the second they are possessed and dominated by the worker. The distinction thus is one of the worker for capital vs the worker for self.

Further, these processes exclude each other. The worker cannot be for capital and self simultaneously. The more time the worker exists for capital, the less time there is for herself. Similarly, the greatest the intensity of work for capital, the more energy consumed by capital, the less which is available for self. Thus, labour for capital is distinct for labor for self; it is labor alienated from self. The worker is only for self when she is not a worker for capital.

แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ (และเราว่านี่ก็คือวิธีการวิเคราะห์แบบไดอาเล็กติกสุด ๆ ของมาร์กซ์ ซึ่งมนุษย์บางประเภทที่คิดแบบเป็นเหตุเป็นผลแบบเส้นตรง แบบคาร์เทเซียนจะไม่สามารถเข้าใจได้เลย ให้ตายเถอะโรบิน)

Finally, these processes, which are opposites and exclude each other, are also necessarily to each other. If the worker does not produce for capital, she does not produce for herself; if she does not produce for herself, she is not available for capital. If capital does not go through its circuit, the worker cannot go through hers; if the worker does not go through her circuit, capital cannot proceed through its. The reproduction of capital requires the reproduction of wage-labour as such; the reproduction of wage-labour as such requires the reproduction of capital. The two processes of production this presuppose each other. They are unity.

ยังอ่านไม่จบดี แต่คาดว่าจะต้องพยายามปิดเล่มให้ได้ในเร็ววัน เพราะสนุกกว่าอ่านนวนิยายของแดนบราวน์กับอากาธาร์รวมกันซะอีก แต่เผลอหลุดโลจิกไม่ได้เลย ต้องเช็คกลับไปกลับมาอยู่ตลอดเวลา ให้ตายเถอะ หึ ๆ ประเหมาะเคราะห์ดีว่าเพาะภูมิคุ้มกัน Das K มาพอสมควร แม้ว่าจะกระพร่องกระแพร่งเพราะไม่รักดีอยู่บ้าง  ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็อาจจะเดี้ยงไปแล้ว แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ละกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: