เทวรูปและแท่นบูชาที่ต้องก้าวข้าม :)

“A new scientific truth does not triumph by convincing its opponents and making them see the light, but rather because its opponents eventually die, and a new generation grows up that is familiar with it.”

– Max Planck, A Scientific Autobiography (1949)

 ได้ quoting ของ Planck มาจาก บทความชื่อ “Economic theory and the crisis” ของ Alan Kirman ที่เพิ่งมาแปะไว้ใน Real world econ review ของเดือนธันวาคมนี้ อ่านแล้วก็ถอดถอนใจ ไม่ค่อยเชื่อมั่นเท่าไร แม้ว่าจะเห็นด้วยกับพลังค์อยู่เหมือนกัน เพราะถ้าจะรอจับคน(บางประเภท)มาล้างสมอง รอให้ตายลงหลุมกันไปข้างหนึ่งก่อนจะง่ายกว่า แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนพลังค์นักว่า the new generation จะเติบโตมาและเริ่มคุ้นชินกับความคิดความรู้หรือกระบวนทัศน์แบบใหม่ ก็คงเหมือนที่ Kuhn ว่าไว้ต้องค่อย ๆ แซะ ค่อยๆ ขุดกันออกไป อีกข้างก็ต้องค่อย ๆ ก่อ ค่อย ๆ สร้างกันขึ้นมา (เป็นป้อมปราการอันใหม่) รอคอยให้มีความคิดความรู้อันใหม่(ถ้ามี)ที่เหมาะสมกว่ามากวาดอันเก่าลงหลุมไปอีกที ก็ขึ้นอยู่ว่าเราจะเชื่อว่ามี สารัตถะ หรือ ไม่มี เป็นพวกสัมบูรณ์หรือสัมพัทธ์ หรือไม่มีการหยุดนิ่งแบบไดอาเลกติก ก็ว่ากันไป

บางคนอาจจะเชื่อมั่นในความเป็น สิ่งสัมบูรณ์ของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แถมพ่วงตามมาด้วยพวกสังคมศาสตร์บางประเภทที่อยากเป็นวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีบางพวกที่บอกว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเชื่อหรืออุดมการณ์ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างการก่อตัวของความรู้ความเชื่อเหล่านั้น แม้แต่ความรู้ที่หมายมั่นปั้นมือว่าเป็นวิทยาศาสตร์อย่างมากที่สุด ประเภท natural science ก็เถอะ บางพวกที่สนใจศึกษาควอนตัมก็อาจจะบ่งกระทั่งว่า ถ้ามนุษย์เราอยากเจออะไรหรือเชื่อในอะไร ทดสอบทดลองแล้วเราจะได้เจอสิ่งนั้นอันเป็นสิ่งที่เราเชื่อ เหมือนเชื่อในอนุภาคก็จะเจออนุภาค แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งอื่นที่แตกต่างจากสิ่งนั้น ไม่ได้ดำรงอยู่ เช่น พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้ากับอนุภาค แล้วแต่จะมองด้วยมุมมองแบบไหน จะทดสอบเอาอะไร ที่น่าแปลก็คือ สังคมศาสตร์บางศาสตร์ที่พยายามทำตัวเองให้ใกล้เคียงแบบแทบจะเอาหลังไปพิงไว้กับวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ กลับไม่รู้ถึงข้อจำกัดหรือความลื่นไหลเหล่านี้ และเอ่ยอ้างถึงความสมบูรณ์ของตน

คำพูดประเภทว่า “ถ้าข้อมูลพร้อมครบถ้วนสมบูรณ์ ศาสตร์ของเราก็จะทำนายสิ่งที่ต้องการศึกษาได้ไม่ผิดพลาด” “สมมติฐานที่ตั้งเอาไว้จะไม่เป็นอย่างนี้ ถ้ามนุษย์ส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างนี้ ถ้ามนุษย์ส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างนี้ เป็นอีกอย่าง เดี๋ยวสมมติฐานของเราจะต้องปรับตามไปเอง”  แล้วข้อมูลที่สมบูรณ์จะมาพร้อมเมื่อไร ในเมื่อไม่เคยมีข้อมูลที่สมบูรณ์ ศาสตร์ของเราก็ทำนายถูกทำนายผิดไปเรื่อย ๆ แบบนี้นะละ ไม่ใช่ความผิดของเราสักหน่อยถ้าคนมันจะห่วย ตะบี้ตะบันบริโภคแบบไม่ลืมหูลืมตา เราไม่เคยทำอะไรผิด ก็คงพอ ๆ กับที่เราไม่เคยทำอะไรถูก พอ ๆ กับที่เราไม่เคยเรียนรู้ว่าคำว่าส่วนใหญ่ครอบคลุมแค่ไหน กระทั่งกระบวนการ voting แบบ majority ยังมีข้อบกพร่อง การเอ่ยอ้างถึงคนส่วนใหญ่ มนุษย์โดยทั่วไป จึงเป็นเรื่องชวนหัว พอ ๆ กับที่ไม่เคยมองข้ามผ่านทะลุกะลาแคบ ๆ ก็ไม่รู้ว่าแคบแค่ไหนว่า สิ่งที่ดำรงอยู่นั้น ไม่ได้เป็นความจริงแบบสัมบูรณ์นิจนิรันดร์ แล้วความจริงหรือการให้อรรถาธิบายอะไรต่ออะไรก็ไม่ได้มีเพียงหนึ่งคำอธิบาย ประเด็นคืออย่าหลงลืมไปว่า เราสรรสร้างสรรหาการอรรถาธิบายเหล่านั้นไปเพื่ออะไร เราสรรหาสรรสร้างคำอรรถาธิบายนั้นไม่ใช้เพื่อยืนยันความศักดิ์สิทธิ์(อันล่วงละเมิด)ไม่ได้ของคำอรรถาธิบายนั้น คำอรรถาธิบายไม่ใช่สิ่งที่ต้องเคารพเทิดทูน แต่คำอรรถาธิบายนั้นดำรงอยู่ได้ จะดำรงอยู่ได้ ถ้ามันเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับรับใช้มนุษย์ และก็ไม่ใช่มนุษย์เพียงหยิบมือที่ยึดกุมเอาอำนาจ(ของความรู้)เอาไว้ในมือเท่านั้น คราวนี้จะถามกลับว่า ใครเป็นตัวแทนของใคร และใครจะเอ่ยอ้างว่าคนส่วนใหญ่ต้องการแบบนั้น อนุญาตให้กลับไปไล่ถามประชากรกว่าหลายพันล้านในโลกก่อนแล้วจึงอนุญาตให้เอ่ยอ้างว่าคนส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น คิดแบบนั้น เห็นด้วยกันกับเรา ถ้าไม่เช่นนั้นก็ต้องเปิดพื้นที่ให้มีการทะเลาะเบาะแว้ง ถกเถียงกัน

อย่างไรก็ตามหวังว่าพลังค์คงพูดถูกและทำนายถูก ว่า a new generation ที่จะเติบโตต่อไปในอนาคตจะสามารถฟันฝ่าขวากกหนามแห่งความศักดิ์สิทธิ์สัมบูรณ์ หรือเทวรูปแห่งความน่ายำเกรง ที่คนรุ่นก่อน ๆ ได้ช่วยกันก่อร่างสร้างแท่นบูชาประดิษฐานกันเอาไว้อย่างมั่นคง เพื่อเดินข้ามผ่านเทวรูปและแท่นบูชาเหล่านี้ไป เพราะเทวรูปและแท่นบูชาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเป้าหมายหรือจุดสิ้นสุดโดยตัวของมันเอง เทวรูปและแท่นบูชาจะเป็นได้ก็เพียงทางหรือเครื่องมือของมนุษย์เท่านั้น ยืนยันกันอีกทีเป็นครั้งที่ร้อยเจ็ดว่า emancipation เท่านั้นที่จะต้องไปให้ถึง และต้องเป็น emancipation แบบองค์รวมที่คำนึงถึงธรรมชาติและการพึ่งพิงกันและกันของสรรพสิ่งด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: