อำนาจและศิลปะแห่งอำนาจ

ได้อ่านงานแปลเล่มใหม่ของ ติช นัท ฮันห์ เรื่อง “ศิลปะแห่งอำนาจ” เป็นหนังสือที่น่าสนใจเหมือนหนังสือหลาย ๆ เล่มของนัทฮันห์ ในเล่มนี้กล่าวถึง “อำนาจ” ที่แตกต่างออกไปจากความเข้าใจเรื่อง “อำนาจ” ทั่วไป โดยผู้เขียนกล่าวว่า

สังคมของเราตั้งอยู่บนอำนาจที่ถูกนิยามไว้อย่างคับแคบ อันได้แก่ ความมั่งคั่ง ความสำเร็จทางอาชีพ ชื่อเสียง ความแข็งแรงของร่างกาย คามเข้มแข็งทางการทหาร และอิทธิพลทางการเมือง เพื่อนรักของฉัน ฉันอยากแนะนำว่ายังมีอำนาจอีกประเภทหนึ่งซึ่งเป็นพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าอำนาจต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว นั่นคือ

พลังอำนาจที่จะมีความสุขในปัจจุบันขณะ เป็นอิสระจากสิ่งเสพติด ความกลัว ความท้อแท้สิ้นหวัง ความแบ่งแยก ความโกรธ และความหลงลืม พลังอำนาจเช่นนี้ เป็นสิทธิตามธรรมชาติที่มนุษย์ทุกคนมีมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นคนมีชื่อเสียง หรือไม่มีใครรู้จัก คนรวยหรือคนจน  คนแข็งแรงหรือคนอ่อนแอ เรามาค้นหาพลังอำนาจที่ไม่ธรรมดาประเภทนี้กันเถิด

หนังสือเล่มนี้ ประเด็นหลัก ๆที่ใครเคยอ่านงานของนัทฮันห์ ก็จบพบประเด็นสำคัญ ๆที่ผู้เขียนเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ เช่น แนวคิดเรื่องจิตเดิมแท้ การกลับเข้ามาสู่จิตเดิมแท้ที่เป็นพุทธะ ความเท่าเทียมกันในการเป็นพุทธะ การอยู่กับปัจจุบันขณะให้ดีที่สุด การไม่ยีดติดกับอดีตที่ผ่านมาแล้วหรือการคิดคำนึงคาดคะเนถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เรื่องความรักอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นต้น เหล่านี้เป็นญานทัศนะในฝ่ายมหายานที่ได้นัทฮันห์และคนอื่น ๆ ได้เน้นย้ำไว้ในหลาย ๆ ที่

แต่หนังสือเล่มนี้ก็มีจุดที่น่าสนใจคือ พลิกหรือหยิบเอาประเด็นที่เป็นที่สนใจ เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการไขว่คว้ามาตั้งเป็นแกนหรือประเด็นหลักในการอรรถาธิบาย นั่นก็คือ อำนาจ แต่ผู้เขียนก็พลิกมุมมองว่า อำนาจที่เรากล่าวถึงเป็นอำนาจภายใน อันเป็นที่มาหรือสิ่งที่สร้างเสริมแก่อำนาจภายนอกรวมถึงไม่ทำให้ผู้ที่มีอำนาจภายนอกนั้นถูกอำนาจที่ตนมีหลอกใช้ หรือตกเป็นเครื่องมือของอำนาจภายนอก และอำนาจภายนอกโดยตัวของมันเองไม่ได้เป็นปัญหาหรือสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่การเข้าถึง การใช้ การควบคุม และสิ่งที่อำนาจภายนอกนั้นจะนำพาไปสู่ต่างหากที่เป็นสิ่งที่ควรระวัง

หนังสือให้อรรถาธิบายถึงการนำเอาสิ่งที่เป็นคุณธรรมพื้นฐานที่ช่วยสร้างสริมอำนาจภายใน เช่น ศรัทธา วิริยะ สมาธิ และศึล รวมถึงความรัก การแผ่ขยายของความรักอันไม่มีที่สิ้นสุด ในทัศนะของมหายานเราจะเห็นในอวตารโลกิเตศวรนั่นเอง

สิ่งที่เป็นเสนห์ของงานเขียนของนัทฮันห์คือ ความสามารถในการอธิบายยกตัวอย่างให้เห็นภาพต่าง ๆอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องการขึ้นอยู่แก่กันและกัน ประเด็นเรื่องความรัก เรื่องความสุข การเดินทางโดยปราศจากจุดมุ่งหมาย การกลับที่กลับทางระหว่างหนทางและจุดหมายปลายทาง เรายกตอนที่น่าสนใจบางตอนมาไว้ข้างล่าง

สำหรับฉันแล้ว สังคมที่เจริญก้าวหน้านั้นคือสังคมที่ผู้คนมีเวลาเพียงพอที่จะสัมผัสกับชีวิตของตัวเองได้อย่างลึกซึ้งในทุก ๆ วัน มีเวลาที่จะรัก ดูแลครอบครัว และชุมชนของตัวเอง

เมื่อมีใครสักคนที่มีอำนาจล้นเหลือ ในขณะที่ผู้อื่นไม่มีอำนาจเอาเสียเลย สถานการณ์เช่นนั้นมักมีแนวโน้มของการก่อกบฏ ความไม่เท่าเทียมกันอย่างใหญ่หลวงระหว่างประชาชนและกลุ่มอำนาจต่าง ๆ ทำให้อำนาจนั้นขาดเสถียรภาพ ถึงแม้ดูเหมือนว่าประชาชนจะยอมรับในอำนาจจากหน้าที่ของเขาหล่านั้น แต่อำนาจเหล่านั้นสั่นคลอนอยู่ตลอดเวลา เมื่อไหร่ก็ตามที่อำนาจนั้นอยู่บนฐานของจิตวิญญาน และเกิดขึ้นจากความรัก ปัญญา และความเป็นอิสระจากกิเลส อำนาจนั้นจะจรรโลงความยุติธรรม สร้างระเบียบวินัย สามารถยืนหยัดต่อความท้าทายได้โดยผาสุก โดยไม่ต้องพึ่งพาความรุนแรงหรือการกดขี่ข่มเหงใด ๆ

ประเด็นเรื่องการยึดติดในรูปแบบที่สร้างขึ้นก็น่าสนใจ มนุษย์สร้างรูปแบบ ภาพมายา ภาพสมมติ แล้วก็ว่ายวนติดกับอยู่กับรูปแบบ มายา และภาพสมมตินั้นอย่างถ่ายถอนไม่ขี้น พร้อม ๆ กันไปนั้น การยึดติดในรูปแบบ มายา ภาพสมมติ กลับทำให้เป็นทุกข์ และที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ การยึดติดเหล่านี้เป็นม่านหมอกที่ปิดบังไม่ให้เกิดการตื่นรู้ หรือความชัดแจ้ง

ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนหรืออยู่บนเส้นทางใด ถ้าเธอยึดติดกับรูปแบบ เธอไม่อาจมีความสุขอย่างที่ปรารถนา ต่อให้เป็นพระภิกษุหรือภิกษุณี ถ้าเธอยึดติดกับรูปแบบของนักบวช และคิดว่าการสวมจีวรและอาศัยอยู่ในอารามจะทำให้เธอมีความสุขแล้วละก็ นั่นผิดถนัด มีทั้งพระภิกษุและภิกษุณีที่ไม่มีความสุข เพราะขาดความสามารถที่จะเข้าใจและที่จะรัก เมื่อไรก็ตามที่เธอรู้วิธีบ่มเพาะความเข้าใจและความกรุณาในทุกขณะของชีวิต รูปแบบภายนอกของชีวิตย่อมไม่ใช่สาระสำคัญอีกต่อไป กุญแจแห่งคามสำเร็จนั้น ไม่ใช่รูปแบบของการเป็นนักบวชหรือฆราวาส หรือการเป็นนายตำรวจ ชาวนา คุณหมอ แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถที่จะบ่มเพาะความสุข ความเข้าใจ และความกรุณา

ที่ใดมีรูปแบบ ที่นั่นมีการรับรู้ตีความ ที่นั่นมีภาพมายา เราต้องระมัดระวังเวลาที่จะตัดสินบนพื้นฐานของสิ่งที่เราเห็นหรือรูปลักษณ์ภายนอก หากต้องการเข้าถึงความสุข ความตื่นรู้และความกรุณา เธอต้องเป็นอิสระ และไม่ถูกหลอกโดยการรับรู้ตีความของตนเอง เมื่อเธอมองสิ่งใดอย่างลึกซึ้ง เธอจะเห็นถึงธรรมชาติของสิ่งนั้น และจะไม่ถูกหลอกอีกต่อไป เมื่อเธอไม่ถูกหลอกโดยภาพที่เห็น เธอย่อมไม่เป็นทุกข์ และมีความสามารถที่จะมีความสุขได้

นอกจากประเด็น เรื่อง รูปแบบภายนอก และภาพสมมติแล้ว ลงมาในระดับลึกกว่านั้นก็คือ การยึดมั่นถือมั่นในแนวคิด ทัศนคติ ความคิด ความเชื่อรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เข้าทำนองน้ำเต็มแก้ว เติมอะไรเข้าไปก็ล้นออกมา ถือเป็นคำทักท้วงประการสำคัญที่ควรจะรับฟัง

หากเธอยึดเอาแนวคิดหรือความคิดเห็นใด ๆ ว่าเป็นความจริงอันสูงสุด เธอได้ปิดประตูแห่งจิตใจของตัวเอง และนั่นคือจุดสิ้นสุดของการเสาะแสวงหาความจริง เธอไม่เพียงแค่หยุดแสวงหาความจริงเท่านั้น แม้ความจริงมาปรากฏอยู่ต่อหน้าและเคาะประตูบ้านของเธอ เธอก็ยังไม่ยอมเปิดประตูรับมัน การยึดมั่นถือมั่นในทรรศนะ การยึดมั่นถึอมั่นในแนวคิด และการยึดมั่นถือมั่นในความคิดเห็น นั้นคืออุปสรรคขวางกั้นความจริงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เช่นเดียวกับเมื่อเธอเดินขึ้นบันได เมื่อเธอก้าวขึ้นมาถึงบันไดขั้นที่สี่ เธออาจคิดว่า ได้มาถึงขั้นบนสุดแล้ว คงไม่มีทางที่จะก้าวต่อขึ้นไปอีกแล้ว และยึดมั่นอยู่กับบันไดขั้นที่สี่ แต่แท้ที่จริงแล้วยังมีบันไดขั้นที่ห้า หากเธอต้องการจะไปให้ถึง เธอต้องเต็มใจจะละบันไดขั้นที่สี่ไปเสีย เธอต้องหมั่นละทิ้งแนวคิดและความคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อเปิดรับแนวคิดที่ดีกว่า และความคิดเห็นที่ถูกต้องยิ่งกว่านี่เอง ที่ทำให้เราต้องหมั่นถามตัวเองเสมอว่า “แน่ใจแล้วหรือ”

จริง ๆ ที่เรายกมายังไม่ใช่วิธีหรือวิถีของการนำมาซึ่งอำนาจภายใน เพราะเรายังไม่ได้ยกประเด็นนั้นขึ้นมา แค่ pick up บางส่วนขึ้นมาดูเท่านั้น ถ้าใครอยากอ่านก็คงต้องไปลองหาอ่านเพิ่มเติมเอา หรือไว้ว่าง ๆ เราจะหยิบบางประเด็นขึ้นมาอีกที

ลองนึกสนุก ๆว่า ถ้าอ่านศิลปะแห่งอำนาจ คู่ไปกับ “The Prince” ของ Machiavelli ที่พูดถึงการได้มาซึ่งอำนาจและการรักษาไว้ซึ่งอำนาจภายนอกบางประการแล้ว จะได้ภาพอะไรออกมาก อาจต้องถามกลับว่า “แน่ใจแล้วหรือ” : )

อ้อ หนังสือเล่มนี้ แปลโดย จิตร์ ตัณฑเสถียร พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ free mind เป็น The New York Times Bestseller เล่มหนึ่ง ชื่อภาษาอังกฤษก็คือ The Art of Power มิน่าละ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: