แมลงยักษ์ในหมู่มวลมนุษย์ หรือมนุษย์คนสุดท้ายในมวลหมู่แรด

ว่ากันว่าบทละครเรื่องแรด หรือ Rhinocéros ของ Eugène Ionesco‏ นั้นได้รับอิทธิพลจากงานเรื่อง Metamorphosis ของ Franz Kafka ระหว่างวรรณกรรมของคาฟกากับบทละครของอิโอเนสโก เราได้อ่านงานของคาฟกาก่อน เริ่มอ่านเมตามอร์ฟอซิสไล่ ๆ กับเรื่อง คนนอก ของ การ์มูร์ พบว่าชอบงานของคาฟกามากกว่า พออ่านเมตามอร์ฟอซิสจบก็ได้เรื่องแรดตามมาติด ๆ จำได้ว่าอย่างงั้นนะ

เรื่องเมตามอร์ฟอซิสชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นการเปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่างกลายรูปไปจนไม่มีเค้าโครงเดิม เรื่องก็เริ่มง่าย ๆ คือ “เช้าวันหนึ่งเกรกเกอร์ ซามซา เสมียนหนุ่มดาด ๆ ทั่วไปที่ไม่ได้มีบทบาทสำคัญใด ๆ แต่มีบทบาทเป็น breadwinner ของครอบครัว ตื่นขึ้นมาจากความฝันอันสับสนเขาก็พบว่าตนเองได้กลายเป็นแมลงยักษ์ไปเสียแล้ว”  นึกภาพแมลงยักษ์นอนขดตัวอยู่บนเตียง พยายามจะเปล่งเสียงออกมา ก็ออกมาไม่เป็นภาษามนุษย์ ทำเอาสมาชิกในครอบครัวโดยเฉพาะแม่กับน้องสาวของเกรกเกอร์ขยะแขยงและอกสั่นขวัญแขวนไปตาม ๆ กันว่า โดยสาเหตุใดไม่ทราบที่ทำให้แมลงยักษ์ตัวนี้ซึ่งเราจินตนาการว่าเป็นแมลงสาปยักษ์ทุกทีเข้ามาอยู่ในห้องของลูกชายและพี่ชายของเธอได้ พวกเธอจึงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำการขับไล่เจ้าแมลงยักษ์ออกไปจากห้องให้ได้ด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ

ตอนที่จำได้ติดตา คือ ใครสักคนพยายามเอาลูกแอปเปิ้ลเขวี้ยงใส่จนฝังลงไปในเนื้อของแมลงยักษ์ที่น่าสงสารตัวนั้นก็แล้ว เอาไม้กวาดเขี่ยก็แล้ว ฟาดก็แล้ว ก็ยังไม่สามารถเอาเจ้าแมลงยักษ์ออกไปจากห้องได้ จนในที่สุดทุกคนก็เหมือนจะตระหนักได้ว่าลูกชายและพี่ชายของเธอได้กลายร่างไปเป็นแมลงยักษ์ไปอย่างถาวรแล้ว และแม้ว่าจะพยายามดูแลเก็บเจ้าแมลงยักษ์เอาไว้ไม่ว่าจะเพราะไม่รู้จะไล่ไปอย่างไรหรือเพราะจำเป็นก็ตาม ในที่สุดพวกเธอก็ทนที่จะให้เจ้าแมลงยักษ์อยู่ร่วมชายคาบ้านไม่ได้ บทสรุปสุดท้ายก็อยู่ที่น้องสาวของเกรเกอร์พูดว่า

“หนูจะไม่ใช้ชื่อพี่ชายเรียกสัตว์ตัวนี้อีก หนูขอพูดแต่เพียงว่าเราต้องพยายามกำจัดมันไปให้พ้น เราได้พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์จะทำได้แล้วในการดูแลมัน”

ส่วนเรื่องแรดก็เริ่มโดยเบร็องเฌตัวเอกของเรื่องที่เป็นพนักงานพิสูจน์อักษรของสำนักพิมพ์เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ที่ไม่มีความสุขกับงานและชีวิตนัก รวมถึงมีลักษณะที่ต่อต้านค่านิยมหรือรูปแบบบางอย่างของสังคมพบว่า ผู้คนรอบ ๆตัวเริ่มกลายร่างเป็นแรดไปต่อหน้าต่อตาทีละคนทีละคน จนเหลือเพียงตัวเขากับเดซี่ และในที่สุดก็เหลือแต่เขาเพียงคนเดียวที่ยังปฏิเสธที่จะกลายร่างเป็นแรดเหมือนกับคนอื่น ๆ แถมยังประกาศว่า ตนเองจะขอเป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่เหลืออยู่

พวกแกจะไม่มีวันชนะฉันได้หรอก แกไม่มีวันได้ตัวฉัน (ว่าแล้วก็หันไปพูดกับบรรดาหัวแรดที่อยู่รอบ ๆ) ฉันจะไม่มีวันตามพวกแกไป ฉันไม่เข้าใจพวกแก ฉันจะเป็นตัวฉันอย่างที่เป็นอยู่ ฉันเป็นคน เป็นมนุษย์ ได้ยินไหม

แต่อิโอเนสโกก็ได้แสดงความขัดแย้งภายในของเบร็องเฌที่ต้องการเหมือนคนอื่นคือกลายเป็นแรดเหมือนคนอื่น ๆ กับความต้องการรักษารูปลักษณ์เดิมของตนคือ ความเป็นคนเอาไว้

***พวกนั้นต่างหากที่รูปหล่อ ฉันผิดจริง ๆ โอ ฉันอยากจะหน้าตาเหมือนพวกนั้น ฉันไม่มีนอ อนิจจา เอ๋ย น่าเกลียดชะมัดไอ้หน้าผากเกลี้ยง ๆ ของเรานี่ ต้องได้สักนอหรือสองนอ จะได้ทำให้หน้าตาไม่เหี่ยวตกลู่อย่างนี้ มันคงจะงอกละน่า แล้วฉันก็ไม่ต้องอายอะไรอีก จะได้ออกไปหาพวกนั้นได้ แต่มันไม่ยอมงอกนี่ มือฉันก็ราบเรียบ มันจะหยาบกร้านขึ้นมาบ้างไหมนี่ หน้าอกก็มีขนขึ้นเต็มหมดเลย โธ่เอ๋ย เนื้อตัวเปลือยเปล่าผุดผ่องไม่มีขนเหมือนของพวกนั้น (คอยฟังเสียงคำรามของแรด) เสียงร้องของมันก็มีเสน่ห์ แม้ออกจะแหบสักหน่อยแต่ก็มีเสน่ห์ในตัว นี่ถ้าฉันทำเสียงอย่างพวกนั้นได้ (พยายามจะเลียนแบบเสียงร้องของแรด) อา อา บรี๋อว์ เสียงหอนไม่ใช่เสียงร้องอย่างพวกแรด 

***ฉันคิดผิด คิดไม่ดีไปเอง อันที่จริงฉันน่าจะตามพวกนั้นไปให้ทันเวลา ตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว อนิจจาเอ๋ย เราคือปีศาจ อนิจจา เราเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ อยากจะเปลี่ยนเหลือเกิน อยากเหลือเกินแล้วแต่ทำไม่ได้ ไม่อยากดูตัวเองอีกแล้ว อายเหลือเกิน อายเหลือเกิน หน้าตาน่าเกลียดจัง คนที่ต้องการความเป็นตัวของตัวเองไว้นี่มันทุกข์เหลือเกิน ไหนปืนของฉันอยู่ที่ไหน (เขาหันกลับไปเผชิญกับหัวแรดที่โผล่กันสลอนตรงผนังด้านใน ปากก็ร้องตะโกนว่า) ต่อสู้โลกทั้งโลก ฉันจะยืนหยัดต่อสู้ ฉันคือมนุษย์คนสุดท้าย ฉันจะยืนหยัดในความเป็นคน จนถึงที่สุด ฉันจะไม่ยอมแพ้

 ตัวเอกทั้งสองคือ เกรกเกอร์และเบร็องเฌ เป็นตัวแทนของมนุษย์ดาด ๆ สามัญธรรมดาที่เราเห็นได้ทั่วไปรอบ ๆตัวเรา มนุษย์เงินเดือนที่ไม่ได้มีความสุขกับงานที่ทำและชีวิตที่เป็นอยู่มากนัก มีความแปลกแยกหรือความไม่ลงรอยระหว่างตัวเอกทั้งสองกับสภาพแวดล้อมและผู้คนรอบข้างที่ดูเหมือนจะ blend เข้ากับสภาพแวดล้อมและผู้คนได้มากกว่า การงานและชีวิตที่แปลกแยก ส่งผลให้เกรกเกอร์กลายร่างเป็นแมลงยักษ์ไป ในทางกลับกันการงานและชีวิตที่แปลกแยกส่งผลให้เบร็องเฌพบว่ามนุษย์คนอื่น ๆ รอบตัวกลายร่างเป็นแรดไป

คาฟกากับอิโอเนสโกจับประเด็น ความแปลกแยกสภาวะของมนุษย์ยุคใหม่เหมือนกัน เพียงแต่คาฟกาคิดว่าความแปลกแยกทำให้มนุษย์ถูก dehumanize กลายเป็นสัตว์ประหลาดต่างพันธุ์คือแมลงยักษ์ไป ขณะที่อิโอเนสโกตั้งเอาตัวเอกที่แปลกแยกเป็น center ในขณะที่ dehumanize มนุษย์คนอื่น ๆ รอบข้างให้กลายเป็น แรด สัตว์ประหลาดหนังหนาและมีนอ โดยที่เน้นด้านที่เป็น มนุษย์ ของเบร็องเฌให้โดดเด่นขึ้นมาในฐานะที่เขาเป็นมนุษย์คนสุดท้ายบนโลกนี้ที่ยังคงต้องดำรงอยู่เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษย์หรือศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เอาไว้ไม่ให้กลายกลืนเป็นแรดไปหมด

อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นการ dehumanized ของคาฟกา หรือ การ humanized ของอิโอเนสโก ไม่ว่าจะเข้าจากปลายข้างใด เราก็จะพบว่าในที่สุดแล้ว เจ้าแมลงยักษ์หรือมนุษย์คนสุดท้ายก็ต้องถูกโดดเดี่ยวและต้องถูกขจัดออกไปเหมือนกันเพื่อความสงบสุขของผู้คนรอบข้าง

นั่นคือไม่ว่าจะเป็นการขจัดความแตกต่างออกไปในเรื่องเมตามอร์ฟอซิส หรือการพยายามทำให้กลายกลืนเป็นพวกเดียวกันในเรื่องแรด ก็เป็นความพยายามที่จะอธิบายและคลี่คลายในประเด็นเดียวกัน คือ ความแปลกแยกสภาวะ การไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ และมีผลบั้นปลายที่เหมือน ๆ กัน พูดง่าย ๆ จะเลือกเป็นแมลงยักษ์ในหมู่มวลมนุษย์ หรือมนุษย์คนสุดท้ายในมวลหมู่แรด ชีวิตก็จบลงในรูปแบบเดียวกัน หึ หึ

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “แมลงยักษ์ในหมู่มวลมนุษย์ หรือมนุษย์คนสุดท้ายในมวลหมู่แรด”

  1. Pladow Taledow Tver Says:

    จะเป็นมนุษย์คนสุดท้าย จะไม่ยอมแพ้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: