<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Maewjaidam's Weblog</title>
	<atom:link href="http://maewjaidam.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://maewjaidam.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Jun 2011 09:46:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='maewjaidam.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Maewjaidam's Weblog</title>
		<link>http://maewjaidam.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://maewjaidam.wordpress.com/osd.xml" title="Maewjaidam&#039;s Weblog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://maewjaidam.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>มายาคติของผู้อ่อนด้อย :(</title>
		<link>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/05/20/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/05/20/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 May 2011 09:07:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>maewjaidam</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thought]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maewjaidam.wordpress.com/?p=1905</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อคืนนั่งดูตอนจบของละคร &#8220;ดอกส้มสีทอง&#8221; หรือ บางคนอาจจะเรียกเข้าหูว่า &#8220;ดอกทองสีส้ม&#8221; อะไรก็แล้วแต่ ดัวความบังเอิญ เพระปกติเป็นช่วงเวลาของ  CIS ซะมากกว่า แต่ก็ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายเพราะ ดูแล้ว รู้สึกมีประเด็นรบกวนใจ จบไม่ลง 555 ใครหลายคนบอกว่าเรื่องนี้ไม่เคยดู แต่ต้องหันมาดูเพราะเป็นดีเบทของสังคม ผู้คนพากันกล่าวขวํญถึงโดยเฉพาะกระทรวงวัฒนธรรมผู้ถือคัมภีร์วัตรปฏิบัติอันดีงามของสังคม จนมีการถกเถียงกันว่า ผู้คนในสังคมนี้คงมีวิจารณญานกันเองได้ว่าอะไรดีไม่ดี อะไรควรดูไม่ควรดู อันนั้นก็ข้ามไป ไม่ใช่ประเด็นของเรา อันที่จริงสิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมกังวล มันก็ย้อนแย้ง และไอ้ความย้อนแย้งนี่แหละที่มันรบกวนใจเรา นั่งคิดมาคิดมา ว่าอะไรที่ทำให้เราวางไม่ลง ก็เพิ่งนึกออกเมื่อมาดูตอนจบที่ผู้จัดพยายามจะสรุปย้ำประเด็นเรื่องความผิดชอบชั่วดีในท่วงทำนองว่าทำอะไรก็ได้อย่างนั้นนะละ แต่เมื่อเฝ้ามองดูท่วงทำนองดังกล่าวอย่างละเอียดถี่ถ้วน เราก็พบว่า ละครเรื่องนี้โดยเฉพาะเมื่่อขมวดดูตอนจบนั้น พกพามายาคติมาเพียบ เพียงแต่มายาคติประเภทที่ว่า ไม่ใช่มายาคติเรื่องเมียน้อยเมียหลวง อะไรทำนองนั้นที่ใครหลายคนกล่าวถึง แต่เป็นมายาคติหลักที่สังคมพยายามกล่อมเกลารักษาเอาไว้ จนกระทั่งเอาเข้าจริง ๆก็แทบไม่รู้ตัวเอาซะเลย มายาคติที่ว่าน้้นไม่ได้เป็นประเด็นดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่เป็นประเด็นเรื่องตำแหน่งแห่งที่ทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นชนชั้น เชื้อชาติ รวม ๆ อาจจะเรียกว่า ฮาบิตัส เหมือนที่บูดิเยอร์พูดไว้ ครอบคลุมรวมไปถึงมายาคติเรื่องเพศ(สภาพ) บทบาทหนั้าที่ของเมียและแม่ที่ดี กับเมียและแม่ที่เลว แค่กวาด ๆตาดู ก็พบว่า แค่ตอนจบมายาคติทั้งหลายทั้งมวลก็ถูกขมวดร้อยเป็นเกลียวเอาไว้แบบไม่รู้ตัว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1905&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://maewjaidam.files.wordpress.com/2011/05/defender_of_the_weak.jpg?w=400&#038;h=400" alt="" width="400" height="400" /></p>
<p>เมื่อคืนนั่งดูตอนจบของละคร &#8220;ดอกส้มสีทอง&#8221; หรือ บางคนอาจจะเรียกเข้าหูว่า &#8220;ดอกทองสีส้ม&#8221; อะไรก็แล้วแต่ ดัวความบังเอิญ เพระปกติเป็นช่วงเวลาของ  CIS ซะมากกว่า แต่ก็ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายเพราะ ดูแล้ว รู้สึกมีประเด็นรบกวนใจ จบไม่ลง 555 ใครหลายคนบอกว่าเรื่องนี้ไม่เคยดู แต่ต้องหันมาดูเพราะเป็นดีเบทของสังคม ผู้คนพากันกล่าวขวํญถึงโดยเฉพาะกระทรวงวัฒนธรรมผู้ถือคัมภีร์วัตรปฏิบัติอันดีงามของสังคม จนมีการถกเถียงกันว่า ผู้คนในสังคมนี้คงมีวิจารณญานกันเองได้ว่าอะไรดีไม่ดี อะไรควรดูไม่ควรดู อันนั้นก็ข้ามไป ไม่ใช่ประเด็นของเรา</p>
<p>อันที่จริงสิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมกังวล มันก็ย้อนแย้ง และไอ้ความย้อนแย้งนี่แหละที่มันรบกวนใจเรา นั่งคิดมาคิดมา ว่าอะไรที่ทำให้เราวางไม่ลง ก็เพิ่งนึกออกเมื่อมาดูตอนจบที่ผู้จัดพยายามจะสรุปย้ำประเด็นเรื่องความผิดชอบชั่วดีในท่วงทำนองว่าทำอะไรก็ได้อย่างนั้นนะละ แต่เมื่อเฝ้ามองดูท่วงทำนองดังกล่าวอย่างละเอียดถี่ถ้วน เราก็พบว่า ละครเรื่องนี้โดยเฉพาะเมื่่อขมวดดูตอนจบนั้น พกพามายาคติมาเพียบ เพียงแต่มายาคติประเภทที่ว่า ไม่ใช่มายาคติเรื่องเมียน้อยเมียหลวง อะไรทำนองนั้นที่ใครหลายคนกล่าวถึง แต่เป็นมายาคติหลักที่สังคมพยายามกล่อมเกลารักษาเอาไว้ จนกระทั่งเอาเข้าจริง ๆก็แทบไม่รู้ตัวเอาซะเลย</p>
<p>มายาคติที่ว่าน้้นไม่ได้เป็นประเด็นดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่เป็นประเด็นเรื่องตำแหน่งแห่งที่ทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นชนชั้น เชื้อชาติ รวม ๆ อาจจะเรียกว่า ฮาบิตัส เหมือนที่บูดิเยอร์พูดไว้ ครอบคลุมรวมไปถึงมายาคติเรื่องเพศ(สภาพ) บทบาทหนั้าที่ของเมียและแม่ที่ดี กับเมียและแม่ที่เลว แค่กวาด ๆตาดู ก็พบว่า แค่ตอนจบมายาคติทั้งหลายทั้งมวลก็ถูกขมวดร้อยเป็นเกลียวเอาไว้แบบไม่รู้ตัว ดังนั้ันสิ่งที่ถกเถียงกันอยู่ว่า กทวัฒนธรรมเห็นประชาชนตาดำ ๆเป็นเด็กอนุบาลที่ไม่มีวิจารณญาน จึงไม่ได้เป็นประเด็นโดยตัวของมันเอง เนื่องจากมายาคติทั้งหลายทั้งปวงที่สลับซับซ้อนมากกว่ามายาคติเรื่องศ๊ลธรรมจรรยาทั้งแหลายแหล่นั้นได้ถูกผนึกแน่นอยู่กับบทสรุปของละครเรื่องนี้อย่างแนบแน่นแล้ว</p>
<p>คิดเพิ่มเติมไปว่า บทสรุปของละครเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งอาจจะเทียบเคียงได้ว่าเป็น weapon of the weak และ the weak ที่ว่าก็ได้แก่ผู้อ่อนด้อยว่าในสังคมทั้งฐานะทางศก ตำแหน่งแห่งที่ทางสังคม รวมถึงเพศสภาพพร้อมบทบาทและหน้าที่ที่ผูกติดมา เมื่อ the weak ต้องการต่อกรกับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าในหลาย ๆด้าน รวมถึง ศ๊ลธรรมจรรยาแบบชนชั้นกลาง เฉกเช่นเดียวกับที่เมอร์โซของกามู ต้องเผชิญในคนนอกนั้น ด้วยวิธีทางของผู้ที่อ่อนด้อยกว่าในหลายๆด้านและถูกตอกย้ำอย่างสม่ำเสมอว่าอ่อนด้อยว่าในหลาย ๆด้าน แบบเรยา ความอ่อนด้อยกว่านี้มิได้เป็นความอ่อนด้อยกว่าที่ฉาบหน้าไว้ที่ผิวนอก หากแต่ความอ่อนด้อยกว่านี้ถูกฝังลึกลงในเนื้อใน เหมือนฮาบิตัสของบูดิเยอร์ จนเสมือนหนึ่งเป็นธรรมชาติที่สองที่ยากจะสร้างหรือยากจะแยกขาด อาวุธที่ผู้ที่อ่อนด้อยว่าอย่างเรยามีคืออะไร คือมารยาและชั้นเชิงในการล่อลวง ศ๊ลธรรมจรรยาคนละแบบ หรืออะไรก็แล้วแต่ ในที่สุดแล้วการต่อกรระหว่างวาทกรรม 2 รูปแบบ ก็ถูกสรุปลงด้วยความพ่ายแพ้ของวาทกรรมของผู้ที่อ่อนด้อยกว่า เนื่องจากผู้ที่อ่อนด้อยกว่าถูกดูดกลืนเข้าไปสู่วาทกรรม รวมถึงศ๊ลธรรมจรรยาของผู้ที่มีอำนาจมากกว่า การยอมรับในวาทกรรมรวมถึงบทบาทหน้าที่และศ๊ลธรรมจรรยาในรูปแบบของผู้ที่มีอำนาจเหนือ จึงทำให้ the weak อย่างเรยา มีจุดจบอย่างที่เห็ฯ และสังคมโดยทั่วไปก็ยอมรับได้อย่างหน้าชื่นตาบานว่า ตำแหน่งแห่งที่ และศีลธรรมจรรยา นั้นมีอยู่เพียงรูปแบบเดียว แต่ไม่ได้ถามว่าตำแหน่งแหน่งที่และศีลธรรมจรรยาที่ผูกติดมากับบริบทหรือเงื่อนไขบางอย่างนั้น ไม่ได้ดำรงอยู่โดยตัวของมันเอง ตำแหน่งแห่งที่และศีลธรรมจรรยานั้นดำรงอยู่โดยผูกติดกับบริบทบาทบริบท และบริบทที่ผูกติดมานี้ถูกเหมือนม่านหมอกแห่งมายาคติที่ยากจะมองเห็นเฉกเช่นม่านบางใสที่บังคาบังใจใครหลายคน</p>
<p>หรือมายาคติบางอย่างก็สลับซับซ้อนและซ่อนเงื่อนเกินจะเข้าใจ ผู้คนจำนวนมากจึงเต็มใจและน้อมรับมายาคติเหล่านี้เข้ามาไว้โดยไม่รู้ตัว</p>
<p>เมื่อคืนนั่งดูตอนจบของละครเรื่องดอกส้มสีทอง หรือบางคนอาจจะเรียกว่า ดอกทองสีส้ม โดยรู้สึกว่ามีอะไรรบกวนใจอยู่ อาจเป็นเพราะ ไม่วาจะเป็นดอกส้มสีทอง หรือดอกทองสีส้ม ก็ไม่สามารถทำให้ the weak ประสบผลในการต่อกรครั้งนี้ เนื่องจาก the weak ได้เต็มใจรับเอามายาคติหลักทั้งหลายทั้งมวลของสังคมเข้าไว้ และ internalized จนทำให้ไม่อาจตระหนักได้ว่า การต่อกรครั้งนี้ เป็นการต่อกรที่ถูกกำหนดกฏกติกาและเงื่อนไขเอาไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้น และกฏกติกาหรือเงื่อนไขเหล่านี้เปรียบเสมือนม่านมายาที่ทำให้ the weak ต้องยอมล่าถอยและพ่ายแพ้กลับไปอย่างหมดรูป</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/maewjaidam.wordpress.com/1905/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/maewjaidam.wordpress.com/1905/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/maewjaidam.wordpress.com/1905/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/maewjaidam.wordpress.com/1905/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/maewjaidam.wordpress.com/1905/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/maewjaidam.wordpress.com/1905/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/maewjaidam.wordpress.com/1905/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/maewjaidam.wordpress.com/1905/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/maewjaidam.wordpress.com/1905/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/maewjaidam.wordpress.com/1905/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/maewjaidam.wordpress.com/1905/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/maewjaidam.wordpress.com/1905/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/maewjaidam.wordpress.com/1905/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/maewjaidam.wordpress.com/1905/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1905&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/05/20/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/bacc5d924974c082b86bbb8ddfac5418?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">maewjaidam</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://maewjaidam.files.wordpress.com/2011/05/defender_of_the_weak.jpg?w=300" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>เธอยอมมอบเสรีภาพให้เขาแทนคำสัญญา แล้วก็ไม่มีวันเรียกร้องเอาเสรีภาพนั้นกลับคืนมาอีกด้วย</title>
		<link>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/04/03/%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/04/03/%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 03 Apr 2011 18:42:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>maewjaidam</dc:creator>
				<category><![CDATA[Literature]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maewjaidam.wordpress.com/?p=1900</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้นั่งอ่าน landlady (สาวน้อยคนนั้น) ของ Dostoevsky เป็นเล่มที่เพิ่งได้มา อ่านงานของดอสฯทีไรนึกว่ากำลังพิจารณาเจาะลึกจิตวิเคราะห์ยังไงก็ไม่รู้ 555 แต่ก็ชอบอ่านแบบเป็นวรรคเป็นเวร ท่าทางจะต้องไปหยิบ the idiot มาปัดฝุ่นอีกรอบ อ่านค้างไว้นานแล้ว เล่มนี้อ่านแล้วก็ตะหงิด ๆ เพราะคนแปล คือ มนตรี ภู่มี ดันไป lead เข้าไปประเด็นเรื่อง หมา ๆแมวๆ ประมาณบุคลิกลักษณะของผู้ชายและผู้หญิง อะไรไปในทางนั้น พออ่านจบกลับมานั่งนึกดูอีกที ประเด็นนี้มันผิวเผินไปหรือเปล่าฟะเนี่ย พอได้มาอ่านบางตอนของ Joseph Frank ที่เจาะลึกงานของดอสฯไว้อย่างเอาจริงเอาจังก็เลยพอนึกออกว่าแกนของงานของดอสฯจะพัฒนาและเกาะเกี่ยวไปยังไง ถึงได้ชื่อว่าเป็นวรรณกรรมที่ว่าด้วยจิตวิเคราะห์(ภายใน)โดยแท้ และในอีกด้านหนึ่งก็อาจะกล่าวได้เหมือนกันว่านี่ก็น่าจะเป็นการตีแผ่บุคลิกลัษณะของชาวรัสเซีย(สลาฟ???) ที่มีลักษณะที่อาจจะเรียกว่าล้าหลังไปครึ่งก้าวเมื่อเทียบกับชาติตะวันตกชนชาติอื่น ๆ ว่าทำไมถึงงมงายอยู่กับศาสนาและพิธีกรรมรวมถึงความเชื่อในลักษณะที่เราอาจจะเรียกว่า โชคชะตากำหนด อะไรทำนองนี้ หรืออาจจะพูดให้ได้ไกลกว่านั้นว่า งานของดอสฯรวมถึงชิ้นนี้ก็คือการตีแผ่ว่าทำไม มนุษย์ส่วนใหญ่ถึงมีธรรมชาติที่ไม่พร้อมจะมีเสรีภาพโดยแท้ ถ้าจะให้วุ่นวายปวดหัวกว่านี้ก็อาจจะลากไปแปะอิงไปกับพวกเอ็กซิสฯแบบซาร์ตได้ว่า มนุษย์ก็คือเสรีภาพ แต่ทำไมมนุษย์ถึงจะหนีไปจากเสรีภาพที่ตนเองมี แบบที่ Fromm ตั้งคำถามเอาไว้ และสยบยอมให้กับอำนาจอะไรบางอย่าง ในงานของ Frank พูดถึงลักษณะของตัวละครในเรื่อง landlady พูดถึงลักษณะแบบมาร์โซคิสต์ หรือพวกชอบความเจ็บปวดทนทรมานอยู่กับอะไรบางอย่าง ความรู้สึกผิดบาป ถ้าก้าวล่วงมากไปกว่านี้ เราก็อาจจะถามต่อไปได้ว่า ความคิดบาปแต่กำเนิดมีรากเหง้ามาจากมาร์โซคิสต์แบบนี้หรือเปล่า นอกจากนี้ยังพูดถึงการไม่ยอมหลุดไปจากโซ่ตรวน หรือการเข้าสู่เสรีภาพที่แท้จริงของมนุษย์ การวนเวียนผูกติดอยู่กับการสยบยอมให้กับอำนาจรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ในเรื่องก็กึ่ง ๆเป็นอำนาจทางความเชื่อที่อิงกับแนวคิดทางศาสนาแต่ก็เป็นแนวคิดที่แบบสังคมชาวนาหรือชนบทอันเป็นบริบทของสังคมรัสเซียในยุคของดอสฯ  ในตอนทีว่า &#8220;ให้ฉันทำนายไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า ใครที่มาตกหลุมรักเธอ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1900&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://fineartamerica.com/images-medium/dostoevsky-andrey-volkov.jpg" alt="" width="197" height="270" /></p>
<p>วันนี้นั่งอ่าน landlady (สาวน้อยคนนั้น) ของ Dostoevsky เป็นเล่มที่เพิ่งได้มา อ่านงานของดอสฯทีไรนึกว่ากำลังพิจารณาเจาะลึกจิตวิเคราะห์ยังไงก็ไม่รู้ 555 แต่ก็ชอบอ่านแบบเป็นวรรคเป็นเวร ท่าทางจะต้องไปหยิบ the idiot มาปัดฝุ่นอีกรอบ อ่านค้างไว้นานแล้ว เล่มนี้อ่านแล้วก็ตะหงิด ๆ เพราะคนแปล คือ มนตรี ภู่มี ดันไป lead เข้าไปประเด็นเรื่อง หมา ๆแมวๆ ประมาณบุคลิกลักษณะของผู้ชายและผู้หญิง อะไรไปในทางนั้น พออ่านจบกลับมานั่งนึกดูอีกที ประเด็นนี้มันผิวเผินไปหรือเปล่าฟะเนี่ย</p>
<p>พอได้มาอ่านบางตอนของ Joseph Frank ที่เจาะลึกงานของดอสฯไว้อย่างเอาจริงเอาจังก็เลยพอนึกออกว่าแกนของงานของดอสฯจะพัฒนาและเกาะเกี่ยวไปยังไง ถึงได้ชื่อว่าเป็นวรรณกรรมที่ว่าด้วยจิตวิเคราะห์(ภายใน)โดยแท้ และในอีกด้านหนึ่งก็อาจะกล่าวได้เหมือนกันว่านี่ก็น่าจะเป็นการตีแผ่บุคลิกลัษณะของชาวรัสเซีย(สลาฟ???) ที่มีลักษณะที่อาจจะเรียกว่าล้าหลังไปครึ่งก้าวเมื่อเทียบกับชาติตะวันตกชนชาติอื่น ๆ ว่าทำไมถึงงมงายอยู่กับศาสนาและพิธีกรรมรวมถึงความเชื่อในลักษณะที่เราอาจจะเรียกว่า โชคชะตากำหนด อะไรทำนองนี้ หรืออาจจะพูดให้ได้ไกลกว่านั้นว่า งานของดอสฯรวมถึงชิ้นนี้ก็คือการตีแผ่ว่าทำไม มนุษย์ส่วนใหญ่ถึงมีธรรมชาติที่ไม่พร้อมจะมีเสรีภาพโดยแท้ ถ้าจะให้วุ่นวายปวดหัวกว่านี้ก็อาจจะลากไปแปะอิงไปกับพวกเอ็กซิสฯแบบซาร์ตได้ว่า มนุษย์ก็คือเสรีภาพ แต่ทำไมมนุษย์ถึงจะหนีไปจากเสรีภาพที่ตนเองมี แบบที่ Fromm ตั้งคำถามเอาไว้ และสยบยอมให้กับอำนาจอะไรบางอย่าง</p>
<p>ในงานของ Frank พูดถึงลักษณะของตัวละครในเรื่อง landlady พูดถึงลักษณะแบบมาร์โซคิสต์ หรือพวกชอบความเจ็บปวดทนทรมานอยู่กับอะไรบางอย่าง ความรู้สึกผิดบาป ถ้าก้าวล่วงมากไปกว่านี้ เราก็อาจจะถามต่อไปได้ว่า ความคิดบาปแต่กำเนิดมีรากเหง้ามาจากมาร์โซคิสต์แบบนี้หรือเปล่า นอกจากนี้ยังพูดถึงการไม่ยอมหลุดไปจากโซ่ตรวน หรือการเข้าสู่เสรีภาพที่แท้จริงของมนุษย์ การวนเวียนผูกติดอยู่กับการสยบยอมให้กับอำนาจรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ในเรื่องก็กึ่ง ๆเป็นอำนาจทางความเชื่อที่อิงกับแนวคิดทางศาสนาแต่ก็เป็นแนวคิดที่แบบสังคมชาวนาหรือชนบทอันเป็นบริบทของสังคมรัสเซียในยุคของดอสฯ  ในตอนทีว่า</p>
<p><span style="color:#0000ff;">&#8220;ให้ฉันทำนายไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า ใครที่มาตกหลุมรักเธอ เธอก็จะตกเป็นทาสเขา เธอยอมมอบเสรีภาพให้เขาแทนคำสัญญา แล้วก็ไม่มีวันเรียกร้องเอาเสรีภาพนั้นกลับคืนมาอีกด้วย เธอไม่สามารถเลิกรักเขาได้เลย แม้เวลาจะหมดลงแล้ว เธอจะหว่านข้าวลงแค่เมล็ดเดียว แต่ผู้ล่อลวงเธอได้เก็บเกี่ยวไปทั้งรวง&#8230;.&#8221; </span></p>
<p>การคลี่คลายทางความคิดและการ formation ของพัฒนาการทางความคิดและตัวละครของดอสฯจะมีขึ้นเรื่อยๆ จนไปเป็นตัวละครที่กล้าตั้งคำถามเอาซึ่ง ๆหน้าต่ออำนาจและการครอบงำทั้งมวลในภาพของบุคลาธิษฐานเรื่องศาสนาและความเชื่อในพี่น้องคารามาซอฟและบทที่เด่นที่สุดที่เป็นการตั้งคำถามเอาซึ่ง ๆหน้าของมนุษย์และเสรีภาพของมนุษย์ก็น่าจะเป็นบท grand inquisitor นั่นเอง </p>
<p>ดังนั้นเวลาอ่านงานของดอสฯทีไร ก็ทำไห้ต้องนั่งคิดแล้วคิดอีกซะทุกที ไม่สามารถละวางลงไปได้ง่าย ๆเนื่องจากผู้เขียนเล่นตั้งคำถามหรือมีมิติของคำถามลากจากจิตวิเคราะห์แบบปัจเจกบุคคลแบบรวมหมู่สังคมไปจนถึงให้ภาพบริบทของสังคมที่ lag หรือมีลักษณะที่เรียกว่า asiatic mode แบบรัสเซียไปจนถึงให้ภาพสะท้อนอะไรบางอย่างให้เห็นรำไร ๆสำหรับภาพสะท้อนของสังคมไทยเราดี ๆนี่เอง ไว้จะไปเอา grand inqusitor มาแกะดูใหม่  จำได้ว่าอ่านบทนี้ครั้งแรก ตกใจในการตั้งคำถามรื้อความคิดความเชื่อบางอย่างกันแบบซึ่งๆหน้า  คิดจะเรียกร้องเอาเสรีภาพกลับคืนมา คำสัญญาที่เคยมีไว้ก็คงต้องคืนกลับให้ไป ไม่ว่าจะเป็นคำสัญญาเรื่องความมั่นคงทางจิตวิญญานการไม่มีข้อสงสัยหรือคำถามหรือความมั่งคั่งทางวัตถุปัจจัยก็คงไม่แตกต่างกัน จะสำนึกเสียใจหรือเปล่า มนุษย์ทั้งหลายก็ต้องไปตอบกันเอาเอง</p>
<p>ได้แต่หวังว่าคงจะไม่จบลงแบบโศกนาฎกรรมแบบที่ดอสฯเตือนเอาไว้ว่า</p>
<p><span style="color:#ff0000;">&#8220;ในห้วงขณะของความเศร้า ชายหนุ่มพบว่าตัวเองเปรียบดั่งลูกศิษย์จอมโวของพ่อมด ที่ขโมยมนต์ลับของอาจารย์มาได้ก็ขี่ไม้กวาดแล้วสั่งให้พาไปหาแหล่งน้ำ แต่กลับจบลงด้วยการจมน้ำตาย เพราะลืมไปว่ามนต์ที่จะสั่งให้มันหยุดนั้น ว่าอย่างไร&#8221;</span></p>
<p>แล้วมนต์ที่สั่งให้มันหยุดนะ ว่าอะไรน้า 555</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/maewjaidam.wordpress.com/1900/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/maewjaidam.wordpress.com/1900/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/maewjaidam.wordpress.com/1900/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/maewjaidam.wordpress.com/1900/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/maewjaidam.wordpress.com/1900/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/maewjaidam.wordpress.com/1900/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/maewjaidam.wordpress.com/1900/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/maewjaidam.wordpress.com/1900/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/maewjaidam.wordpress.com/1900/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/maewjaidam.wordpress.com/1900/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/maewjaidam.wordpress.com/1900/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/maewjaidam.wordpress.com/1900/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/maewjaidam.wordpress.com/1900/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/maewjaidam.wordpress.com/1900/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1900&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/04/03/%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/bacc5d924974c082b86bbb8ddfac5418?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">maewjaidam</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://fineartamerica.com/images-medium/dostoevsky-andrey-volkov.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>Do you have any idea what justice is?</title>
		<link>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/24/do-you-have-any-idea-what-justice-is/</link>
		<comments>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/24/do-you-have-any-idea-what-justice-is/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Feb 2011 19:24:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>maewjaidam</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thought]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maewjaidam.wordpress.com/?p=1884</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;some justice is better than no justice at all&#8221; วันนี้ดูหนังเรื่อง law abiding citizen จะว่าเป็นหนังดีมากก็ไม่เชิงเพราะเรื่องก็ออก stlye หนังฮอลีวู๊ด แต่theme หรือแก่นของเรื่องทำให้ต้องมาคิดต่อ และเป็นเรื่องที่หาคำตอบสุดท้ายยากมาก เป็นเรื่องที่ว่าด้วยความยุติธรรม ที่ว่า &#8220;some justice is better than no justice at all&#8221; การมีความยุติธรรมเพียงบางส่วนดีกว่าการไม่มีความยุติธรรมเลย(หรือเปล่า) ก็ต้องถามต่อไปว่า แล้วความยุติธรรมเพียงบางส่วนทีว่ามันนับเป็นความยุติธรรมหรือเปล่า กล่าวคือความยุติธรรมที่ว่านั้นมันแบ่งออกเป็นส่วน ๆได้หรือเปล่า การแบ่งออกไปเป็นส่วนๆได้หรือไม่และการจะdefine ว่าเป็นความยุติธรรมหรือไม่ขึ้นอยู่กับใคร ผู้กระทำผิด ผู้ถูกกระทำ อัยการ ผู้พิพากษา ทนายจำเลย หรือมวลชน ใครจะเป็นคนตัดสินใจว่าอะไรที่เรียกว่ายุติธรรม แล้วที่ว่ายุติธรรมนั้นต้อง take it all หรือแบ่งเป็นส่วน ๆได้ นั่งดูไปก็ลองคิดดูจากมุมมองของตัวละครหลายตัวในภาพยนตร์ว่าถ้าอยู่ในสถานะของผู้ถูกกระทำจะคิดอย่างไร อัยการหรือผู้รักษากฎหมาย ผู้พิพากษา ทนายจำเลย จะคิดอย่างไร [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1884&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color:#ff0000;"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2425/3723498437_446efb4185.jpg" alt="" width="217" height="270" /></span></p>
<p><span style="color:#ff0000;">&#8220;some justice is better than no justice at all&#8221;</span></p>
<p><span style="color:#000000;">วันนี้ดูหนังเรื่อง law abiding citizen จะว่าเป็นหนังดีมากก็ไม่เชิงเพราะเรื่องก็ออก stlye หนังฮอลีวู๊ด แต่theme หรือแก่นของเรื่องทำให้ต้องมาคิดต่อ และเป็นเรื่องที่หาคำตอบสุดท้ายยากมาก เป็นเรื่องที่ว่าด้วยความยุติธรรม ที่ว่า &#8220;some justice is better than no justice at all&#8221; การมีความยุติธรรมเพียงบางส่วนดีกว่าการไม่มีความยุติธรรมเลย(หรือเปล่า) ก็ต้องถามต่อไปว่า แล้วความยุติธรรมเพียงบางส่วนทีว่ามันนับเป็นความยุติธรรมหรือเปล่า กล่าวคือความยุติธรรมที่ว่านั้นมันแบ่งออกเป็นส่วน ๆได้หรือเปล่า การแบ่งออกไปเป็นส่วนๆได้หรือไม่และการจะdefine ว่าเป็นความยุติธรรมหรือไม่ขึ้นอยู่กับใคร ผู้กระทำผิด ผู้ถูกกระทำ อัยการ ผู้พิพากษา ทนายจำเลย หรือมวลชน ใครจะเป็นคนตัดสินใจว่าอะไรที่เรียกว่ายุติธรรม แล้วที่ว่ายุติธรรมนั้นต้อง take it all หรือแบ่งเป็นส่วน ๆได้ </span></p>
<p><span style="color:#000000;">นั่งดูไปก็ลองคิดดูจากมุมมองของตัวละครหลายตัวในภาพยนตร์ว่าถ้าอยู่ในสถานะของผู้ถูกกระทำจะคิดอย่างไร อัยการหรือผู้รักษากฎหมาย ผู้พิพากษา ทนายจำเลย จะคิดอย่างไร ตรองดูแล้วก็เข้าใจได้ว่าทำไมตัวเอกของเรื่องจึงต้องทำตัวเป็นผู้พิพากษา(นอกกม)เสียเอง ในเมื่อผู้รักษากฎหมายเองก็ยังต้องทวนถามกันไปมาว่า ความยุติธรรมที่ตัวเองคิดว่าเป็นผู้ธำรงเอาไว้นั้น ใช่เป็นความยุติธรรมที่ตัวเองแสวงหากันหรือเปล่า หรือเป็นแต่เพียงความยุติธรรมที่ระบบสร้างขึ้นและอ้างอิงว่านั่นคือความยุติธรรม และถ้าความยุติธรรม(ที่ระบบ)สร้างขึ้นหรือที่สร้างขึ้นโดยระบบถูกตั้งคำถาม ไม่ว่าจะด้วยความเว้าแว่งของระบบกฎหมายเองหรือของผู้รักษากฎหมาย เหมือนกับที่ตัวเอก irony ผู้พิพากษากันในศาลว่า</span></p>
<p><span style="color:#ff0000;">and every day you let madmen and murderers back on the street. You&#8217;re too busy treating the law&#8230; &#8230;like it&#8217;s a fucking assembly line! </span><br />
<span style="color:#ff0000;">Do you have any idea what justice is? </span><br />
<span style="color:#ff0000;">Whatever happened to right and wrong? </span><br />
<span style="color:#ff0000;">Whatever happened to the people? </span><br />
<span style="color:#ff0000;">Whatever happened to justice? </span></p>
<p>ระบบและผู้รักษาระบบจะมีปฏิกิริยาอย่างไร คงเป็นเรื่องยากที่ผู้รักษาระบบจะตั้งคำถามต่อระบบที่ตัวเองรักษา เนื่องจากมีผู้คนจำนวนน้อยที่จะตั้งคำถามในระดับภววิทยา(ontology) ปฏิกิริยาที่ไปได้ไกลที่สุดก็แค่ญานวิทยา (epistemology) หรือไปได้กิ๊กๆก๊อก ๆแค่วิธีวิทยา (methodology) เลวร้ายสุดก็คือไม่ตั้งคำถามอะไรเลย และทำเสมือนหนึ่งว่านี่คือ  like it&#8217;s a fucking assembly line!<br />
แรงอัดดันที่ตัวเอกในเรื่องบรรยายออกมาจึงไม่ใช่เป็นแค่การ leak out ภายใต้บริบทของการไถ่ถามระดับภววิทยาหรือระดับขั้นการดำรงอยู่(ของความยุติธรรม)นี้  เรื่องจึงดำเนินไปรูปแบบที่จะ pull the whole thing down <img src='http://s0.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span style="color:#000080;">I&#8217;m gonna pull the whole thing down. I&#8217;m gonna bring the whole fuckin&#8217; diseased, corrupt temple down on your head. It&#8217;s gonna be biblical.</span></p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจก็คือวิธีจะ pull the whole thing down ของตัวเอกของเรื่องนั้น ยกเอายุทธศาสตร์ระดับการเอาชนะการรบในสงครามของ Von Clausewitz เจ้าพ่อยุทธศาสตร์การสงครามขึ้นมา ด้วยการโจมตีจุดศูนย์กลางอันเป็นศูนย์ถ่วง(หัวใจ)ของ(การดำรงอยู่)ของศัตรู</p>
<p><span style="color:#ff0000;">To Achieve victory we must mass our forces at the hub of all power &amp; movement. The enemy&#8217;s &#8216;center of gravity&#8217; </span></p>
<p><span style="color:#ff0000;">–Von Clausewitz</span></p>
<p><span style="color:#000000;">theme เรื่องก็ดูน่าสนใจ แต่พอกลับมาสู่ plot แบบอเมริกันชน theme ที่น่าสนใจก็ตกม้าตายสนิท ถ้า Von Clausewitz ฟื้นขึ้นมาจากหลุม คงกุมขมับว่า ยุทธศาสตร์การรบของตู ทำไมถูกตีค่าออกมาได้แค่นี่ฟะเนี่ย เฮ้อ มิน่าคนใกล้ตัวบางคนถึงชอบสรรเสริญให้ฟังว่า อเมริกันนี่แหละเป็น exceptional ที่มีรูปร่างน่าตาพิลึกพิลั่น ที่น่าสังเวชและแปลกใจก็คือ รูปลักษณ์แบบพิกลพิกาลพิลึกพิลั่นแบบนี้นะเหรอที่คนทั้งโลกเลือกเอาเป็นต้นแบบ อืม </span></p>
<p><span style="color:#000000;">หันกลับมาให้ความสนใจกับคำถามที่ตัวเอกของเรื่องเหวี่ยงเอาไว้ให้ผู้รักษากฏหมายและระบบความยุติธรรมที่ว่า </span><span style="color:#000000;">Do you have any idea what justice is?  แล้วก็หนาวววว ถ้าตั้งคำถามแบบนี้ ontology แบบที่ระบบยุติธรรมมีอยู่(แบบนี้) ล่มแน่ ๆ ด้วยเหตุนี้คำตอบระดับญานวิทยาหลากหลายรูปแบบจึงไม่เป็นผล เหมือนกับที่อัยการของรัฐในฐานะผู้รักษากฏหมายพยายามจะต่อกรกับตัวเองของเรื่องในฐานะของผู้ก่อการร้าย(ผู้กระทำผิด)ครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ไม่ประสบผลสำเร็จซะที ก็เนื่องจากการตอบคำถามแบบผิดระดับขั้น เพราะคำตอบแบบญานวิทยาของอัยการอย่างเจมมี่ ฟ๊อกซ์นั้นนอกจากจะหยุดยั้งการก่อการร้ายของตัวเอกไม่ได้แล้ว ยังหยุดยั้งการตั้งคำถามที่ point ไปที่หัวใจของศัตรูคือระบบยุติธรรมของตัวเอกไม่ได้ เนื่องจากเราอาจจะต้องกลับมา define กันให้ได้ก่อนว่า what is justice และจึงตอบต่อไปได้ว่า &#8220;some justice is better than no justice at all&#8221; ได้หรือเปล่า ถึงจะรู้ได้ว่า Whatever happened to justice? และ Whatever happened to justice? ก็คงไม่มีนัยสำคัญอะไร ถ้าไม่มีคำถามนี่ตามมา Whatever happened to right and wrong? และWhatever happened to right and wrong? ก็คงไร้ความหมายถ้าตอบคำถามที่ว่า Whatever happened to the people?  ไม่ได้ เพราะนี่คือ The enemy&#8217;s &#8216;center of gravity&#8217; </span></p>
<p><span style="color:#ff0000;">Do you have any idea what the enemy&#8217;s center of gravity is ?<br />
Do you have any idea what justice is? 555</span></p>
<p><span style="color:#000000;"> </span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/maewjaidam.wordpress.com/1884/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/maewjaidam.wordpress.com/1884/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/maewjaidam.wordpress.com/1884/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/maewjaidam.wordpress.com/1884/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/maewjaidam.wordpress.com/1884/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/maewjaidam.wordpress.com/1884/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/maewjaidam.wordpress.com/1884/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/maewjaidam.wordpress.com/1884/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/maewjaidam.wordpress.com/1884/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/maewjaidam.wordpress.com/1884/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/maewjaidam.wordpress.com/1884/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/maewjaidam.wordpress.com/1884/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/maewjaidam.wordpress.com/1884/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/maewjaidam.wordpress.com/1884/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1884&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/24/do-you-have-any-idea-what-justice-is/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/bacc5d924974c082b86bbb8ddfac5418?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">maewjaidam</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2425/3723498437_446efb4185.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>Your joy is your sorrow unmasked</title>
		<link>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/24/your-joy-is-your-sorrow-unmasked/</link>
		<comments>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/24/your-joy-is-your-sorrow-unmasked/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Feb 2011 17:11:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>maewjaidam</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thought]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maewjaidam.wordpress.com/?p=1878</guid>
		<description><![CDATA[เอาบางส่วนของงานของ Gibran บทที่ว่าด้วย Joy &#38; Sorrow มาฝาก เพราะช่วงนี้คิดไคร่ครวญอะไรหลายเรื่อง วันก่อนพาตัวเข้าไป meeting หลังจากที่พยายามหลีกเลี่ยงการ meeting รูปแบบนี้มานาน เหตุผลหลัก ๆก็ไม่มีอะไร ไม่อยากศึกษาพฤติกรรมมนุษย์บางจำพวกแบบใกล้ชิด จริง ๆ เป็นเรื่องที่ดูย้อนแย้งเนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาและสถานการณ์ที่การ meeting รูปแบบนี้ไม่มีความจำเป็นและไร้ซึ่งความสำคัญโดยสิ้นเชิง หรือเป็นเพราะเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีความจำเป็นและไร้ซึ่งความสำคัญโดยสิ้นเชิงถึงทำให้ต้องพาตัวเข้าไป ไม่เข้าใจเหมือนกัน กลับมาจาก meetingก็พบว่าเกิดอาการเพียบหนักแบบที่ฝาหรั่งมังค่าเรียกว่า sick คงต้องใช้เวลาเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจอีกพักใหญ่  บอกคนใกล้ตัวบางคนไปว่า ไม่ไหว เพราะไม่เข้าใจมนุษย์บางจำพวก ปัญหาก็คือมนุษย์จำพวกนั้นก็คงกระจัดกระจายอยู่ทั่วๆไป (กระมัง) ได้รับคำปลอบใจกลับมาว่านี่เป็นเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมพวกไม่มีสำนึกรับผิดชอบแบบเราถึงหลีกเลี่ยงการ meeting หน้าตาแบบนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความสลดใจและไม่เป็นการทำร้ายตัวเองมากเกินไปนัก จึงไม่ควรพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น (ใช่หรือเปล่าเนี่ย) ยิบรานบอกว่าความรื่นรมย์และความสุขก็คือความเศร้าที่ถอดหน้ากากออก 555  ส่วนอาจารย์ระวีก็แปลว่า &#8220;ความปราโมทย์ของเธอนั้น คือความเศร้าโศกถอดหน้ากากออก&#8221;  อืม ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจหรือตื่นเต้นดีใจเกินไปเมื่อเผชิญกับความสุขและในทางกลับกันก็คงไม่ต้องทุกข์หรือโศกศัลย์มากจนเกินไปเมื่อเผชิญกับความเศร้า (พูดง่ายนิหว่า แค่สงสัยว่าถ้าความเศร้าของเราดันสวมหน้ากากหลายชั้น คงต้องรอพี่ความเศร้าถอดหน้ากากกันนานหน่อยกว่าน้องความสุขจะเผยหน้ามาให้ยลโฉม 555) มีเพียงตาชั่งที่ไม่เอนเอียงหรือบุคคลผู้ซึ่งไม่ถูกทำให้เอนเอียงไปด้วยแรงเหวี่ยงขึ้นลงระหว่างการถ่วงของลูกตุ้มแห่งความรื่นรมย์และน้ำหนักแห่งความโศกศัลย์เท่านั้น ถึงจะรักษาสมดุลเอาไว้ได้ และณจุดที่สมดุลนั้น ก็ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ ในขณะที่ความสมดุลนั้นก็คือ ความว่างเปล่า ที่ไม่ได้ปราศจากทั้งความรื่นรมย์และความโศกศัลย์ หากแต่ความรื่นรมย์และความโศกศัลย์นั้นถูกถ่วงด้วยน้ำหนักที่เสมอกัน(หรือถูกให้น้ำหนักเท่าเทียมกัน) ณช่วงเวลาเดียวกัน คิดได้ไงเนี่ย แท้จริงนั้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1878&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.riverart.net/paradise/festivals/27/mask_painting_kotena_06.jpg" alt="" width="220" height="332" /></p>
<p>เอาบางส่วนของงานของ Gibran บทที่ว่าด้วย Joy &amp; Sorrow มาฝาก เพราะช่วงนี้คิดไคร่ครวญอะไรหลายเรื่อง วันก่อนพาตัวเข้าไป meeting หลังจากที่พยายามหลีกเลี่ยงการ meeting รูปแบบนี้มานาน เหตุผลหลัก ๆก็ไม่มีอะไร ไม่อยากศึกษาพฤติกรรมมนุษย์บางจำพวกแบบใกล้ชิด จริง ๆ เป็นเรื่องที่ดูย้อนแย้งเนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาและสถานการณ์ที่การ meeting รูปแบบนี้ไม่มีความจำเป็นและไร้ซึ่งความสำคัญโดยสิ้นเชิง หรือเป็นเพราะเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีความจำเป็นและไร้ซึ่งความสำคัญโดยสิ้นเชิงถึงทำให้ต้องพาตัวเข้าไป ไม่เข้าใจเหมือนกัน กลับมาจาก meetingก็พบว่าเกิดอาการเพียบหนักแบบที่ฝาหรั่งมังค่าเรียกว่า sick คงต้องใช้เวลาเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจอีกพักใหญ่  บอกคนใกล้ตัวบางคนไปว่า ไม่ไหว เพราะไม่เข้าใจมนุษย์บางจำพวก ปัญหาก็คือมนุษย์จำพวกนั้นก็คงกระจัดกระจายอยู่ทั่วๆไป (กระมัง) ได้รับคำปลอบใจกลับมาว่านี่เป็นเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมพวกไม่มีสำนึกรับผิดชอบแบบเราถึงหลีกเลี่ยงการ meeting หน้าตาแบบนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความสลดใจและไม่เป็นการทำร้ายตัวเองมากเกินไปนัก จึงไม่ควรพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น (ใช่หรือเปล่าเนี่ย)</p>
<p>ยิบรานบอกว่าความรื่นรมย์และความสุขก็คือความเศร้าที่ถอดหน้ากากออก 555  ส่วนอาจารย์ระวีก็แปลว่า &#8220;ความปราโมทย์ของเธอนั้น<br />
คือความเศร้าโศกถอดหน้ากากออก&#8221;  อืม ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจหรือตื่นเต้นดีใจเกินไปเมื่อเผชิญกับความสุขและในทางกลับกันก็คงไม่ต้องทุกข์หรือโศกศัลย์มากจนเกินไปเมื่อเผชิญกับความเศร้า (พูดง่ายนิหว่า แค่สงสัยว่าถ้าความเศร้าของเราดันสวมหน้ากากหลายชั้น คงต้องรอพี่ความเศร้าถอดหน้ากากกันนานหน่อยกว่าน้องความสุขจะเผยหน้ามาให้ยลโฉม 555) มีเพียงตาชั่งที่ไม่เอนเอียงหรือบุคคลผู้ซึ่งไม่ถูกทำให้เอนเอียงไปด้วยแรงเหวี่ยงขึ้นลงระหว่างการถ่วงของลูกตุ้มแห่งความรื่นรมย์และน้ำหนักแห่งความโศกศัลย์เท่านั้น ถึงจะรักษาสมดุลเอาไว้ได้ และณจุดที่สมดุลนั้น ก็ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ ในขณะที่ความสมดุลนั้นก็คือ ความว่างเปล่า ที่ไม่ได้ปราศจากทั้งความรื่นรมย์และความโศกศัลย์ หากแต่ความรื่นรมย์และความโศกศัลย์นั้นถูกถ่วงด้วยน้ำหนักที่เสมอกัน(หรือถูกให้น้ำหนักเท่าเทียมกัน) ณช่วงเวลาเดียวกัน คิดได้ไงเนี่ย <img src='http://s0.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span style="color:#ff0000;">แท้จริงนั้น เธอแขวนไกวอยู่ดุจตาชั่ง </span><br />
<span style="color:#ff0000;">ระหว่างความเศร้าโศกและความปราโมทย์ของเธอ </span><br />
<span style="color:#ff0000;">เธอจะยืนนิ่งอยู่และไม่เอนเอียง </span><br />
<span style="color:#ff0000;">ก็แต่ในขณะเมื่อเธอว่างเปล่าเท่านั้น </span><br />
<span style="color:#ff0000;">ขณะเมื่อผู้รักษาสมบัติยกเธอขึ้น</span><br />
<span style="color:#ff0000;">เพื่อชั่งเงินและทองของเขา </span><br />
<span style="color:#ff0000;">ก็ไม่จำเป็นที่ความเศร้าโศก</span><br />
<span style="color:#ff0000;">หรือความชื่นชมของเธอ</span><br />
<span style="color:#ff0000;">จะต้องเอียงขึ้นลงด้วย</span></p>
<p> <span style="color:#000080;">Verily you are suspended like scales between your sorrow and your joy.</span></p>
<p><span style="color:#000080;">Only when you are empty are you at standstill and balanced.</span></p>
<p><span style="color:#000080;">When the treasure-keeper lifts you to weigh his gold and his silver, needs must your joy or your sorrow rise or fall.</span></p>
<p><span style="color:#000080;"><span style="color:#ff0000;"> </span></span></p>
<p><span style="color:#000080;"><span style="color:#ff0000;">Your joy is your sorrow unmasked แต่อย่า unmasked นานนักก็แล้วกัน รอนานๆ ไม่ไหววววววว และถ้าพี่ความเศร้ามัวแต่ลีลาถอดหน้ากาก(ช้านัก) ถึงคิวน้องความสุขมั่ง น้องความสุขก็จะลีลาสวมหน้ากาก(ให้ช้าลงหน่อย) เป็นการ retaliate กับพี่ความเศร้า แล้วจะมาต่อว่าน้องความสุขไม่ได้น้า 555</span></span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/maewjaidam.wordpress.com/1878/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/maewjaidam.wordpress.com/1878/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/maewjaidam.wordpress.com/1878/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/maewjaidam.wordpress.com/1878/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/maewjaidam.wordpress.com/1878/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/maewjaidam.wordpress.com/1878/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/maewjaidam.wordpress.com/1878/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/maewjaidam.wordpress.com/1878/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/maewjaidam.wordpress.com/1878/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/maewjaidam.wordpress.com/1878/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/maewjaidam.wordpress.com/1878/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/maewjaidam.wordpress.com/1878/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/maewjaidam.wordpress.com/1878/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/maewjaidam.wordpress.com/1878/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1878&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/24/your-joy-is-your-sorrow-unmasked/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/bacc5d924974c082b86bbb8ddfac5418?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">maewjaidam</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.riverart.net/paradise/festivals/27/mask_painting_kotena_06.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>สิ่งสวยงามทั้งหลายในโลกนี้ ต่างก็มีวันหมดอายุ :)</title>
		<link>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/16/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/16/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Feb 2011 19:01:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>maewjaidam</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thought]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maewjaidam.wordpress.com/?p=1871</guid>
		<description><![CDATA[วันหมดอายุ เรือกระดาษลำหนึ่ง ค่อย ๆลอยมา น้ำซึมเข้ามา ค่อย ๆจมหาย สิ่งสวยงามทั้งหลายในโลกนี้ ต่างก็มีวันหมดอายุ จิมมี่บอกว่า สิ่งสวยงามในโลกนี้ ต่างก็มีวันหมดอายุ แต่ทำไมใครหลายคน หรือใครบางคน(สำหรับเรา) ถึงเชื่อว่าสิ่งสวยงามจะอยู่ยั้งยืนยง แปลกใจเล็กน้อย และบางครั้งก็แปลกใจมาก ๆ  ทำไมใครบางคนชอบให้คนมาแห่แหนเชิดชู หรือเพราะเชื่อว่านั่นเป็นการสำแดงว่าสิ่งสวยงามยังคงดำรงอยู่ และจะสามารถดำรงอยู่ตลอดไป ในขณะเดียวกันก็มีใครหลายคนอยากจะแห่แหนเชิดชู เคยบอกคนใกล้ตัวบางคนว่า เบื่อขบวนเถิดเทิงเต็มแก่ และจะไม่พยายามเอาตัวไปอยู่ในขบวนเถิดเทิงนั้นเด็ดขาด น่าแปลกใจทั้งคนชอบให้แห่ และคนที่ชอบแห่ หรือนี่คือ symbiosis ถ้าไม่มีคนชอบให้แห่แหนก็คงจะไม่มีคนชอบแห่แหน และจริงหรือไม่ที่ทั้งคนชอบให้แห่และคนชอบแห่แหนต่างก็มีภาพเฉพาะตัวที่จริง ๆแล้วไม่สามารถซ้อนทับเป็นภาพเดียวกันได้ แต่กลับมีมายาภาพบางอย่างที่ซ้อนทับกันได้พอดี แนบทับกันได้สนิท  แท้ที่จริงแล้วสิ่งสวยงามคืออะไร จริงหรือไม่ที่สิ่งสวยงามมีวันหมดอายุ ถ้าสิ่งสวยงามมีวันหมดอายุ ใยสิ่งสวยงามเช่นเรือกระดาษจึงต้องยึดติดกับการล่องลอยไปของตนเอง เรือกระดาษยามชุ่มน้ำก็เหมือน กระบี่ ผีเสื้อ และดาวตกของโกวเล้ง ที่พริบตาเดียวทีจะดับแสงหรือความสวยงามลง จะยังคงคุณค่าหรือความสวยงามเอาไว้จนวินาทีสุดท้าย วินาทีที่ดาวตก ผีเสื้อจากลา และคมกระบี่วูบหายไปจึงเป็นวินาทีที่สวยที่สุด ก็คงเช่นเดียวกับวินาทีที่เรือกระดาษที่ชุ่มน้ำจมลง คงจะจริงที่สิ่งสวยงามมีวันหมดอายุ และอาจเป็นเพราะมีอายุอันสั้นจึงนับเป็นสิ่งสวยงาม ถ้าไม่มีวันหมดอายุก็ไม่อาจนับได้ว่าเป็นสิ่งสวยงาม โกวเล้งถึงย้ำนักย้ำหนาว่า &#8220;สวยงามเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบ&#8221; แต่สิ่งที่เป็นนิรันดร์ก็คือ &#8220;ความจริง&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1871&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color:#0000ff;"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5290/5381021566_08cafc957c_z.jpg" alt="" width="318" height="270" /></span></p>
<p><span style="color:#0000ff;">วันหมดอายุ</span></p>
<p><span style="color:#ff0000;">เรือกระดาษลำหนึ่ง </span></p>
<p><span style="color:#ff0000;">ค่อย ๆลอยมา</span></p>
<p><span style="color:#ff0000;">น้ำซึมเข้ามา ค่อย ๆจมหาย</span></p>
<p><span style="color:#ff0000;">สิ่งสวยงามทั้งหลายในโลกนี้</span></p>
<p><span style="color:#ff0000;">ต่างก็มีวันหมดอายุ</span></p>
<p>จิมมี่บอกว่า สิ่งสวยงามในโลกนี้ ต่างก็มีวันหมดอายุ แต่ทำไมใครหลายคน หรือใครบางคน(สำหรับเรา) ถึงเชื่อว่าสิ่งสวยงามจะอยู่ยั้งยืนยง แปลกใจเล็กน้อย และบางครั้งก็แปลกใจมาก ๆ  ทำไมใครบางคนชอบให้คนมาแห่แหนเชิดชู หรือเพราะเชื่อว่านั่นเป็นการสำแดงว่าสิ่งสวยงามยังคงดำรงอยู่ และจะสามารถดำรงอยู่ตลอดไป ในขณะเดียวกันก็มีใครหลายคนอยากจะแห่แหนเชิดชู เคยบอกคนใกล้ตัวบางคนว่า เบื่อขบวนเถิดเทิงเต็มแก่ และจะไม่พยายามเอาตัวไปอยู่ในขบวนเถิดเทิงนั้นเด็ดขาด น่าแปลกใจทั้งคนชอบให้แห่ และคนที่ชอบแห่ หรือนี่คือ symbiosis ถ้าไม่มีคนชอบให้แห่แหนก็คงจะไม่มีคนชอบแห่แหน และจริงหรือไม่ที่ทั้งคนชอบให้แห่และคนชอบแห่แหนต่างก็มีภาพเฉพาะตัวที่จริง ๆแล้วไม่สามารถซ้อนทับเป็นภาพเดียวกันได้ แต่กลับมีมายาภาพบางอย่างที่ซ้อนทับกันได้พอดี แนบทับกันได้สนิท</p>
<p> แท้ที่จริงแล้วสิ่งสวยงามคืออะไร</p>
<p>จริงหรือไม่ที่สิ่งสวยงามมีวันหมดอายุ ถ้าสิ่งสวยงามมีวันหมดอายุ ใยสิ่งสวยงามเช่นเรือกระดาษจึงต้องยึดติดกับการล่องลอยไปของตนเอง เรือกระดาษยามชุ่มน้ำก็เหมือน กระบี่ ผีเสื้อ และดาวตกของโกวเล้ง ที่พริบตาเดียวทีจะดับแสงหรือความสวยงามลง จะยังคงคุณค่าหรือความสวยงามเอาไว้จนวินาทีสุดท้าย วินาทีที่ดาวตก ผีเสื้อจากลา และคมกระบี่วูบหายไปจึงเป็นวินาทีที่สวยที่สุด ก็คงเช่นเดียวกับวินาทีที่เรือกระดาษที่ชุ่มน้ำจมลง</p>
<p>คงจะจริงที่สิ่งสวยงามมีวันหมดอายุ และอาจเป็นเพราะมีอายุอันสั้นจึงนับเป็นสิ่งสวยงาม ถ้าไม่มีวันหมดอายุก็ไม่อาจนับได้ว่าเป็นสิ่งสวยงาม</p>
<p>โกวเล้งถึงย้ำนักย้ำหนาว่า &#8220;สวยงามเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบ&#8221; แต่สิ่งที่เป็นนิรันดร์ก็คือ &#8220;ความจริง&#8221; แต่กลับก็ไม่แยแส &#8220;ความเป็นนิรันดร์&#8221; และขอเลือก &#8220;ความสวยงาม&#8221; แค่พริบตานึงเท่านั้น</p>
<p><span style="color:#0000ff;">&#8220;&#8230;สวยงามเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบเท่านั้น</span><br />
<span style="color:#0000ff;">มีแต่ความจริงจึงเป็นนิรันดร์</span><br />
<span style="color:#0000ff;">&#8230;แต่ก็มีคนว่าเราเพียงสามารถกุมช่วงเวลา</span><br />
<span style="color:#0000ff;">ที่สวยงามเพียงชั่ววูบไว้ได้ก็พอแก่ใจแล้ว</span><br />
<span style="color:#0000ff;">ความจริงที่เป็นนิจนิรันดร์ ทิ้งให้ เป็นนิจนิรันดร์ต่อไป</span><br />
<span style="color:#0000ff;">เราไม่แยแสสนใจเลย&#8230;&#8221;</span></p>
<p><span style="color:#ff0000;">สิ่งสวยงามทั้งหลายในโลกนี้ ต่างก็มีวันหมดอายุ</span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/maewjaidam.wordpress.com/1871/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/maewjaidam.wordpress.com/1871/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/maewjaidam.wordpress.com/1871/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/maewjaidam.wordpress.com/1871/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/maewjaidam.wordpress.com/1871/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/maewjaidam.wordpress.com/1871/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/maewjaidam.wordpress.com/1871/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/maewjaidam.wordpress.com/1871/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/maewjaidam.wordpress.com/1871/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/maewjaidam.wordpress.com/1871/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/maewjaidam.wordpress.com/1871/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/maewjaidam.wordpress.com/1871/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/maewjaidam.wordpress.com/1871/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/maewjaidam.wordpress.com/1871/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1871&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/16/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/bacc5d924974c082b86bbb8ddfac5418?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">maewjaidam</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm6.static.flickr.com/5290/5381021566_08cafc957c_z.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>&#8220;in the blue, painted blue&#8221;</title>
		<link>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/16/in-the-blue-painted-blue/</link>
		<comments>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/16/in-the-blue-painted-blue/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Feb 2011 07:49:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>maewjaidam</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://maewjaidam.wordpress.com/?p=1865</guid>
		<description><![CDATA[  เพิ่งโดนคนใกล้ตัวบางคนดุมา บอกให้เร่งปั่นงานได้แล้ว มัวแต่สร้างบรรยากาศ built mood อยู่นั่นนะแหละ กว่าจะสร้างบรรยากาศเสร็จก็เช้าวันใหม่ เข้านอนพอดี ก็มันยังไม่อยากทำงานนี่หว่า อ่านไปได้ 2 หน้า เห็นว่าเรื่องนี้ก็มีเหตุมีผลน่าสนใจอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่อยากเขียน ต้องค่อย ๆเลาะเล็ม ๆก่อน เขียนไม่ได้ ไม่มี mood เข้าใจกันปะเนี่ย วันนี้หยิบเอางานของ lisa ono มานั่งฟัง แผ่นนะเอาเพิ่งได้กลับมา จำไม่ได้ละว่าชุดนี้เป็นชุดอะไร แต่จำได้ว่าแผ่นนึงที่มีนะไม่ใช่ภาษาอังกฤษซะเพลง เป็นเพลงอิตาเลียน สเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส คาดว่ามีแค่นี้นะ คงไม่ไปไกลถึงภาษาลาติน 555 หยิบมาฟังทีไรก็ชอบ หยิบมาทีไรก็เป็นแผ่น 2 ทุกที แผ่นแรกเป็นภาษาอังกฤษ ฟังมาก ๆแล้วเบื่อ ตอนนี้กำลังฟังอยู่ 2 เพลง ชอบทั้งสองเพลง เพลงแรกคือ Volare (&#8220;Nel blu dipinto di blu&#8221;)  Volare [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1865&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> </p>
<p><img src="http://www.panoramio.com/photos/original/6936414.jpg" alt="" width="360" height="270" /></p>
<p>เพิ่งโดนคนใกล้ตัวบางคนดุมา บอกให้เร่งปั่นงานได้แล้ว มัวแต่สร้างบรรยากาศ built mood อยู่นั่นนะแหละ กว่าจะสร้างบรรยากาศเสร็จก็เช้าวันใหม่ เข้านอนพอดี ก็มันยังไม่อยากทำงานนี่หว่า อ่านไปได้ 2 หน้า เห็นว่าเรื่องนี้ก็มีเหตุมีผลน่าสนใจอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่อยากเขียน ต้องค่อย ๆเลาะเล็ม ๆก่อน เขียนไม่ได้ ไม่มี mood เข้าใจกันปะเนี่ย</p>
<p>วันนี้หยิบเอางานของ lisa ono มานั่งฟัง แผ่นนะเอาเพิ่งได้กลับมา จำไม่ได้ละว่าชุดนี้เป็นชุดอะไร แต่จำได้ว่าแผ่นนึงที่มีนะไม่ใช่ภาษาอังกฤษซะเพลง เป็นเพลงอิตาเลียน สเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส คาดว่ามีแค่นี้นะ คงไม่ไปไกลถึงภาษาลาติน 555 หยิบมาฟังทีไรก็ชอบ หยิบมาทีไรก็เป็นแผ่น 2 ทุกที แผ่นแรกเป็นภาษาอังกฤษ ฟังมาก ๆแล้วเบื่อ ตอนนี้กำลังฟังอยู่ 2 เพลง ชอบทั้งสองเพลง เพลงแรกคือ Volare (&#8220;Nel blu dipinto di blu&#8221;)  Volare ก้แปลง่าย ๆว่า let fly ส่วนอีกเพลงที่ชอบก็คือ Cachito (Mio) หรือแปลง่าย ๆว่า ตัวน้อยๆ หรือ small one เพลงแรกเป็นภาษาอิตาเลียน เพลงที่สองเป็นภาษาสเปน ทั้ง 2  เพลง ฟังแล้วอารมณ์ดี แต่ดีเกินไปจนไม่ยอมทำงาน 555</p>
<p><a href="http://www.youtube.com/watch?v=uyDaRs3d8gk">http://www.youtube.com/watch?v=uyDaRs3d8gk</a></p>
<p><a href="http://www.youtube.com/watch?v=1mFINOl7QaY">http://www.youtube.com/watch?v=1mFINOl7QaY</a></p>
<p><span style="color:#ff6600;">Volare</span></p>
<p>Pienso que un sueno parecido<br />
No valvera mas<br />
Y me pintaba las manos y la cara de azul<br />
Y d&#8217;improviso el viento rapido me llevo<br />
Y me hizo volar en el cielo infinito<br />
Volare oh oh<br />
Cantare oh oh oh oh<br />
Nel blu dipinto di blu<br />
felice di stare lassu<br />
E volando, volando feliz<br />
Yo me encuentro mas alto<br />
Mas alto que el sol<br />
Mienstras el mundo se aleja despacio<br />
Despacio de mi<br />
Una musica dulce tocada<br />
Solo para mi</p>
<p>เนื้อเพลง Volare ก็แปลเป็นภาษาอังกฤษออกมาได้ประมาณนี้</p>
<p>Sometimes the world is a valley of heartaches and tears,<br />
And in the hustle and bustle, no sunshine appears,<br />
But you and I have our love always there to remind us<br />
There is a way we can leave all the shadows behind us.<br />
Volare, oh, oh! Cantare, oh, oh, oh, oh!<br />
Let&#8217;s fly way up in the clouds,away from the maddening crowds<br />
We can sing in the glow of a star that I know of<br />
Where lovers enjoy peace of mind<br />
Let us leave the confusion and all disillusion behind<br />
Just like birds of a feather, a rainbow together we&#8217;ll find<br />
Volare, oh, oh! Cantare, oh, oh, oh, oh!<br />
No wonder my happy heart sings, your love has given me wings<br />
Your love has given me wings, your love has given me wings</p>
<p><span style="color:#ff0000;">&#8220;in the blue, painted blue&#8221;</span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/maewjaidam.wordpress.com/1865/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/maewjaidam.wordpress.com/1865/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/maewjaidam.wordpress.com/1865/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/maewjaidam.wordpress.com/1865/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/maewjaidam.wordpress.com/1865/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/maewjaidam.wordpress.com/1865/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/maewjaidam.wordpress.com/1865/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/maewjaidam.wordpress.com/1865/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/maewjaidam.wordpress.com/1865/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/maewjaidam.wordpress.com/1865/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/maewjaidam.wordpress.com/1865/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/maewjaidam.wordpress.com/1865/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/maewjaidam.wordpress.com/1865/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/maewjaidam.wordpress.com/1865/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1865&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/16/in-the-blue-painted-blue/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/bacc5d924974c082b86bbb8ddfac5418?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">maewjaidam</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.panoramio.com/photos/original/6936414.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>We&#8217;re the song inside the tune, full of beautiful mistakes :)</title>
		<link>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/13/were-the-song-inside-the-tune-full-of-beautiful-mistakes/</link>
		<comments>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/13/were-the-song-inside-the-tune-full-of-beautiful-mistakes/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Feb 2011 12:23:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>maewjaidam</dc:creator>
				<category><![CDATA[1]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maewjaidam.wordpress.com/?p=1847</guid>
		<description><![CDATA[2-3 วันก่อนหยิบ Little Miss Sunshine มาดูอีกรอบ จำได้ว่าได้ดูเรื่องนี้มา 2-3 ครั้ง ชอบตั้งแต่ได้ดูครั้งแรก ระลึกได้ว่าหัวเราะจนท้องแข็งตอนตัวละครต้องวิ่งทยอยกันขึ้นรถทีละคนเพราะรถเข้าเกียร์ไม่ได้ต้องไปสตาร์ที่เกียร์สองก่อนทุกครั้ง ชอบที่ครอบครัวนี้ไม่ได้ให้ภาพของ home sweet home แต่สะท้อนภาพความเป็นจริงที่กระพร่องกระแพ่งกระหย่องกระแย่งของครอบครัวที่เป็นจริงได้ครบถ้วน ชอบที่เรื่องนี้สะท้อนมายาภาพของพ่อที่เป็น typical ของอเมริกันชนขนานแท้และดั้งเดิมที่เชื่อในสูตรแห่งความสำเร็จเจ็ดขั้นแบบ take side the winner ทุกประเภท(ที่ต้องภาวนาไว้ว่าชั่วชีวิตนี้คงจะเป็น winner ตลอดทุกกัลป์ทุกกัณห์ ถ้าชาติหน้าและชาติหน้าของชาติหน้ามีจริง)  สูตรเดียวกันเดล คาร์เนกี้ &#8220;วิธีชนะมิตรจูงใจคน&#8221; เดะ เรื่องที่ย้อนแย้งก็คือ ในขณะที่คนที่เป็นพ่อมี typical ของมายาภาพแบบ orthodox สุด ๆ สมาชิกคนอื่นในครอบครัวก็สะท้อนภาพเว้าแหว่งกระพร่องกระพร่ง unorthodox สุด ๆ ครอบครัวที่มีไก่ทอด สลัด จานกระดาษ และไอติมแท่งเป็นของหวาน ลูกชายที่ถือ นิทเช๋เป็น idol แต่ภาคขอนิทเช่ที่อ่านน่าจะเป็น thus spoke แทนที่จะอ่าน will to [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1847&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://images.wikia.com/mrmen/images/c/cb/Littlemisssunshinebook.jpg" alt="" width="303" height="270" /></p>
<p>2-3 วันก่อนหยิบ Little Miss Sunshine มาดูอีกรอบ จำได้ว่าได้ดูเรื่องนี้มา 2-3 ครั้ง ชอบตั้งแต่ได้ดูครั้งแรก ระลึกได้ว่าหัวเราะจนท้องแข็งตอนตัวละครต้องวิ่งทยอยกันขึ้นรถทีละคนเพราะรถเข้าเกียร์ไม่ได้ต้องไปสตาร์ที่เกียร์สองก่อนทุกครั้ง ชอบที่ครอบครัวนี้ไม่ได้ให้ภาพของ home sweet home แต่สะท้อนภาพความเป็นจริงที่กระพร่องกระแพ่งกระหย่องกระแย่งของครอบครัวที่เป็นจริงได้ครบถ้วน ชอบที่เรื่องนี้สะท้อนมายาภาพของพ่อที่เป็น typical ของอเมริกันชนขนานแท้และดั้งเดิมที่เชื่อในสูตรแห่งความสำเร็จเจ็ดขั้นแบบ take side the winner ทุกประเภท(ที่ต้องภาวนาไว้ว่าชั่วชีวิตนี้คงจะเป็น winner ตลอดทุกกัลป์ทุกกัณห์ ถ้าชาติหน้าและชาติหน้าของชาติหน้ามีจริง)  สูตรเดียวกันเดล คาร์เนกี้ &#8220;วิธีชนะมิตรจูงใจคน&#8221; เดะ เรื่องที่ย้อนแย้งก็คือ ในขณะที่คนที่เป็นพ่อมี typical ของมายาภาพแบบ orthodox สุด ๆ สมาชิกคนอื่นในครอบครัวก็สะท้อนภาพเว้าแหว่งกระพร่องกระพร่ง unorthodox สุด ๆ</p>
<p>ครอบครัวที่มีไก่ทอด สลัด จานกระดาษ และไอติมแท่งเป็นของหวาน ลูกชายที่ถือ นิทเช๋เป็น idol แต่ภาคขอนิทเช่ที่อ่านน่าจะเป็น thus spoke แทนที่จะอ่าน will to power และไม่เอ่ยปากพูดกับใครมา 9 เดือนจนกว่าจะสอบเข้าเป็นนักบินได้ (อันนี้อาจจะเป็น will to power:))คุณปู่ที่ติดเฮโรอีนงอมแงม พี่เมียที่เป็นProust scholar เป็นเกย์และอกหักจากลูกศิษย์หนุ่มเลยพยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ ลูกสาวคนเล็กที่เผ้าดูแต่วีดีโอประกวดนางงามและมีความใฝ่ฝันจะเป็นนางงาม blah blah ภาพของครอบครัวนี้จึงเหมือนที่ลูกชายโพล่งใส่แม่ว่า</p>
<p><span style="color:#ff0000;">* You know, like it or not, we&#8217;re still your family, for better or worse&#8230; </span><br />
<span style="color:#0000ff;">** No, you&#8217;re *not* my family! I don&#8217;t wanna *be* your family! I hate you fucking people! Divorce? Bankrupt? Suicide? You&#8217;re fucking losers, you&#8217;re losers! No, please just leave me here, Mom. Please, please, please. Please&#8230; just leave me here.</span></p>
<p>เรื่องก็เป็นเรื่องขึ้นมาก็เมื่อครอบครัวนี้พาลูกสาวตัวน้อยไปประกวดนางงามเด็กที่เรียกว่า little miss sunshine ที่แคลิฟอร์เนีย และก็ต้องเดินทางร่วมกันไปทั้งครอบครัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ เรื่องราวเป็นยังไงก็ต้องไปดูเอาเอง บทสรุปของเรื่องที่น่าสนใจก็คือทุกคนในครอบครัวได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับครอบครัวที่กระพร่องกระแพร่งเว้า ๆแหว่ง ๆแบบที่มันเป็นอยู่อย่างนั้นนะละ คำพูดที่ว่า who care??? ก็ใครมันจะไปสนใจละว่าใครคนอื่นจะมองดูครอบครัวนี้อย่างไร เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้ลุ่ม ๆดอน ๆไปกับครอบครัวนี้ด้วย อืม ถ้าคิดให้ดีอีกที ความย้อนแย้งในรูปแบบนี้ก็ยังถูกตลบหลังด้วย motto แบบบ้านแสนสุขในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอยู่ดี แม้ว่าจะเป็นบ้านแสนสุขที่ไม่ได้มีรูปลักษณ์วิมานนี้สีชมพูซะทีเดียว อย่างน้อยตัวละคนทุกตัวก็ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความกระพร่องกระแพร่งนานาประการไม่ว่าจะเป็น bankrupt divorce suicide loser กันต่อไป เพราะครอบครัวนี้ก็ยังคงต้องผลัดกันวิ่งขึ้นรถตู้สีเหลืองแอ๊นที่ต้องสตาร์ทและแล่นด้วยเกียร์สองที่แล่นไปเผชิญหน้ากับหลากหลายชะตากรรมที่เราไม่สามารถ label ได้เลยว่าจะนำไปสู่การเป็น the winner <img src='http://s0.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือ  dwayne (ลูกชาย)โพล่งออกมาว่า life is one beauty contest after another <img src='http://s0.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span style="color:#ff0000;">Fuck beauty contests. Life is one fucking beauty contest after another. You know, school, then college, then work, fuck that. And fuck the air force academy. If I wanna fly, I&#8217;ll find a way to fly. You do what you love, and fuck the rest.</span></p>
<p>มายาคติแบบที่ว่า Life is one fucking beauty contest after another เป็นมายาคติที่ dominate ผู้คนมานานแสนนานและคงจะ dominate ชีวิตของผู้คนต่อไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่ามายาคติแบบนี้ก่อนตัวขึ้นมาเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์อะไร และมายาคติหน้าตาแบบนี้ก่อรูปมาพร้อม ๆกันหรือมาก่อนหรือหลังระบบทุนนิยม  Life is one fucking beauty contest after another ก็ไม่ใช่สิ่งนักหนาสาหัสในตัวเองซะทีเดียว ถ้าบทสรุปสุดท้ายคือ You do what you love, and fuck the rest สิ่งที่น่าสนใจก็คือ มีผู้คนสักกี่คนกันที่จะ found out และรู้ว่า what do you love???</p>
<p>เพราะ Life is one fucking beauty contest after another ผู้คนจำนวนมากจึงแสวงหาสิ่งอื่นๆและคนอื่นๆที่พ้นไปจากตัวเอง และเพราะผู้ชนะมีได้เพียงคนเดียว ผู้คนที่เหลือจึงต้องตั้งข้อสงสัยต่อความงดงามของตัวเองและสิ่งที่ตัวเองมี โดยไม่เคยรู้ว่าจริงและความงาม หรือ beauty ที่ประกวดประชันกันมาตั้งแต่ลืมตาดูโลกจนลาโลกไปคืออะไร</p>
<p>ชอบเพลงนึงซึ่งเป็นพลงประกอบของซีรีย์เรื่อง Glee เราว่าเนื้อหาของเพลงนี้ให้ข้อสรุปที่น่าสนใจดีว่าทุกๆ คนมีความงามเฉพาะของตัวเอง (You are beautiful no matter what they say , You are beautiful in every single way) และความงามที่ว่าก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนความเพียบพร้อมเรียบร้อยไร้ที่ติ แต่ความงามที่ว่ากลับตั้งอยู่บนความบกพร่องผิดพลาดนานาประการแบบที่เรียกว่ากระพร่องกระแพร่งนั่นละ แต่ที่ควาบกพร่องผิดพลาดนานาประการเหล่านี้ถูกเรียกว่า  full of beautiful mistakes ได้ ก็คงต้องไม่ใช่ความบกพร่องผิดพลาดที่ถูกผู้กระทำละเลยหรือลืมเลือนไปในชั่วพริบตาแบบอัลไซเมอร์ แต่เป็นข้อบกพร่องผิดพลาดที่จะวนเวียนกลับมาให้เราได้เรียนรู้แก้ไขและปรับปรุงมันอีกครั้งแล้วครั้งเล่า เฉดสีของความบกพร่องผิดพลาดหน้าตาแบบนี้จึงไม่ใช่เฉดสีหม่นทึบอย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เป็นเฉดสีที่ colorful แบบ unique เพราะผู้คนแต่ละคนก็มีวิธีเรียนรู้และแก้ไขข้อผิดพลาดบกพร่องหรือกระทั่งเรียนรู้ที่จะอยู่กับข้อผิดพลาดบกพร่องเหล่านี้แตกต่างกันไป เพราะ We&#8217;re the song inside the tune  Full of beautiful mistakes <img src='http://s0.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span style="color:#ff0000;">You are beautiful no matter what they say</span><br />
<span style="color:#ff0000;">Words can&#8217;t bring you down oh noo no no</span><br />
<span style="color:#ff0000;">You are beautiful in every single way</span><br />
<span style="color:#ff0000;">Yes words can&#8217;t bring you down oh nooo</span><br />
<span style="color:#ff0000;">So don&#8217;t you bring me down today</span></p>
<p><span style="color:#ff0000;">No matter what we do</span><br />
<span style="color:#ff0000;">No matter what we say </span><br />
<span style="color:#ff0000;">We&#8217;re the song inside the tune </span><br />
<span style="color:#ff0000;">Full of beautiful mistakes</span><br />
<span style="color:#ff0000;">And everywhere we go</span><br />
<span style="color:#ff0000;">the sun will always shine </span><br />
<span style="color:#ff0000;">And tomorrow we might awake on the other side</span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/maewjaidam.wordpress.com/1847/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/maewjaidam.wordpress.com/1847/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/maewjaidam.wordpress.com/1847/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/maewjaidam.wordpress.com/1847/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/maewjaidam.wordpress.com/1847/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/maewjaidam.wordpress.com/1847/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/maewjaidam.wordpress.com/1847/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/maewjaidam.wordpress.com/1847/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/maewjaidam.wordpress.com/1847/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/maewjaidam.wordpress.com/1847/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/maewjaidam.wordpress.com/1847/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/maewjaidam.wordpress.com/1847/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/maewjaidam.wordpress.com/1847/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/maewjaidam.wordpress.com/1847/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1847&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/02/13/were-the-song-inside-the-tune-full-of-beautiful-mistakes/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/bacc5d924974c082b86bbb8ddfac5418?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">maewjaidam</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://images.wikia.com/mrmen/images/c/cb/Littlemisssunshinebook.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>เพราะสรวงสวรรค์ไม่ได้เป็นที่สิงสถิตย์ของความดีและขุมนรกไม่ได้เป็นที่สิงสถิตย์ของความชั่ว</title>
		<link>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/01/18/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/01/18/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 18 Jan 2011 18:33:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>maewjaidam</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thought]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maewjaidam.wordpress.com/?p=1836</guid>
		<description><![CDATA[    หายหน้าหายตาไปพักใหญ่เพราะมัวไปหมกมุ่นอยู่กับมหากาพย์ส่วนตัวที่ดันโดดลงไปเล่นแล้ว หลงติดใย ลากตัวเองออกมาไม่ได้ จริงๆก็อยากจะเขกหัวตัวเองสักโป๊กใหญ่ แต่คิดไปคิดมากอีกทีถ้าไม่หลวมตัวกระโดดลงไปเล่นสิ ถึงสมควรเขกหัวตัวเองโป๊กใหญ่555 ทำเอาผู้คนใกล้ตัวปวดเศียรเวียนเกล้าไปด้วย วันนี้ก็ดันเผลอบอกคนใกล้ตัวบางคนไปว่า เวลาที่ผ่านไป ดึง ๆยืด ๆ กันไปมา ถือว่าใช้ในการเรียนรู้ธรรมชาติของคนและองค์กรก็แล้วกัน คนใกล้ตัวหลายคนทำเสียงเขียว บอกว่า ต้องจัดการ คิดไปคิดมาอีกที จัดการแล้วไง ไม่จัดการแล้วไง หรือในชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ สิ่งสำคัญก็คือ การรอได้ คอยได้ ก็ไม่รู้ สองสามอาทิตย์ก่อนพยยามปลุกปล้ำกับ his dark materials (trilogy) ของ Pullman อยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย เคร่งเครียดยิ่งกว่าภารกิจใด ๆทั้งมวล แทบจะเดินทางเข้าไปอยู่กับ lyra กับ will พร้อมกับน้อง pan ให้รู้แล้วรู้รอดไป พออ่านจบ มิน่า ทำไม แฟนหนังสือของพูลแมน ถึงก่นด่า เวอร์ชันภาพยนตร์กันขรมขนาดนั้น เหตุผลก็คือ เวอร์ชันภาพยนตร์ทำลายแก่นแกนสำคัญของหนังสือเสียหมดสิ้น ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างว่า ไม่ต้องการให้ศาสนาจักรแบนหรือหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกับศาสนาจักรอะไรก็ตาม ก็ทำให้แก่นแกนที่พูลแมนพูดไว้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1836&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> </p>
<p> <img src="http://gnosismexico.com/logo_angeles-c.gif" alt="" width="160" height="120" /></p>
<p>หายหน้าหายตาไปพักใหญ่เพราะมัวไปหมกมุ่นอยู่กับมหากาพย์ส่วนตัวที่ดันโดดลงไปเล่นแล้ว หลงติดใย ลากตัวเองออกมาไม่ได้ จริงๆก็อยากจะเขกหัวตัวเองสักโป๊กใหญ่ แต่คิดไปคิดมากอีกทีถ้าไม่หลวมตัวกระโดดลงไปเล่นสิ ถึงสมควรเขกหัวตัวเองโป๊กใหญ่555 ทำเอาผู้คนใกล้ตัวปวดเศียรเวียนเกล้าไปด้วย วันนี้ก็ดันเผลอบอกคนใกล้ตัวบางคนไปว่า เวลาที่ผ่านไป ดึง ๆยืด ๆ กันไปมา ถือว่าใช้ในการเรียนรู้ธรรมชาติของคนและองค์กรก็แล้วกัน คนใกล้ตัวหลายคนทำเสียงเขียว บอกว่า ต้องจัดการ คิดไปคิดมาอีกที จัดการแล้วไง ไม่จัดการแล้วไง หรือในชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ สิ่งสำคัญก็คือ การรอได้ คอยได้ ก็ไม่รู้</p>
<p>สองสามอาทิตย์ก่อนพยยามปลุกปล้ำกับ his dark materials (trilogy) ของ Pullman อยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย เคร่งเครียดยิ่งกว่าภารกิจใด ๆทั้งมวล แทบจะเดินทางเข้าไปอยู่กับ lyra กับ will พร้อมกับน้อง pan ให้รู้แล้วรู้รอดไป พออ่านจบ มิน่า ทำไม แฟนหนังสือของพูลแมน ถึงก่นด่า เวอร์ชันภาพยนตร์กันขรมขนาดนั้น เหตุผลก็คือ เวอร์ชันภาพยนตร์ทำลายแก่นแกนสำคัญของหนังสือเสียหมดสิ้น ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างว่า ไม่ต้องการให้ศาสนาจักรแบนหรือหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกับศาสนาจักรอะไรก็ตาม ก็ทำให้แก่นแกนที่พูลแมนพูดไว้ หายว๊าบไปกับตา รายนี้ก็เป็นนักเขียนอีกคนที่มีพล๊อตหรือแก่นแกนที่แปลกดี คิดยังไงก็คิดไม่ตกว่า เป็นหนังสือเด็กยังไง หรือยังไงถึงเป็นหนังสือเด็ก เพราะแก่นแกนที่ว่ามันร้อยอยู่ด้วยแกนหลักสำคัญที่ร้อยโยงใยอรรถาธิบายเกี่ยวกับโชคชะตาของมนุษย์ โดยมีเทววิทยา ควันตัมฟิสิกส์ แล้วก็ naturalist แบบกลาย ๆ รวมถึงประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์โลก รวมถึงโลกของความตาย เข้ามาผสมผสานอยู่แบบอ่านแล้วต้องร้องว่า พูลแมนช่างคิดได้ เพราะที่ถกเถียงเป็นการปะทะประสานกันของความเชื่อหรือวาทกรรมหลาย ๆ รูปแบบ และนี่ก็เป็นการต่อต้านวาทกรรมอีกประเภทหนึ่ง</p>
<p>ในแง่หนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าพูลแมนถึงเอาชะตากรรมของมนุษย์กลับมาอยู่ในมือมนุษย์เอง ทุบทำลายพระเจ้า สวรรค์ นรก โลกแห่งความตาย และความเชื่อทางวิทยาศาสตร์หรือมายาคติทั้งมวลออกไป แล้วก็ลองสร้างหรือก่อรูปสิ่งที่ใครบางคนอาจจะเรียกว่าเป็น มายาคติหรือคำอธิบายรูปแบบใหม่ขึ้นมา มีลักษณะขบถในหลายรูปแบบ เว้ากันซื่อ ๆ ตั้งแต่อดัมกับอีฟตกจากสวรรค์ เหล่าบรรดาทวยเทพที่พ่ายแพ้ต้องล่าถอยตกปุ๊ลงมา (คิดถึงลูซิเฟอร์) เพราะพระเจ้าที่แก่ชราและอ่อนแอถูกควบคุมโดยผู้สำเร็จราชการขั้นเทพที่เรียกว่าเมตระตรอน แต่เมตระตรอนและบรรดาทวยเทพกลับอิจฉาและเฝ้าแต่โหยหาผัสสะที่มนุษย์ที่มีเนื้อหนังมังสาเท่านั้นจะสัมผัส ได้กลิ่นและรู้สึกได้ ส่วนมนุษย์ก็ยอมตนศิโรราบกับองค์การแบบศาสนจักรผู้ยึดกุมโชคชะตาและคำอรรถาธิบายการดำรงอยู่และการดับสุญทั้งมวลเอาไว้ในมือเสียสิ้น เมื่อคำมั่นถึงแดนสวรรค์หลังความตายกลายเป็นดินแดนเวิ้งว้างที่เรียกว่าดินแดนแห่งความตายที่ถูกควบคุมโดย harpy ที่คอยเคี่ยวกรำเหล่าวิญญานให้ไม่มีความสุขสงบด้วยการพร่ำหลอกหลอนเหล่าวิญญานด้วยจุดอ่อนหรือข้อด้อยสารพัดสารพันที่มนุษย์แต่ละคนจะพึงมี อาจจะเรียกได้ว่าเป็นบาป หรือความชั่วที่หลอกหลอนมนุษย์แต่ละคนอยู่ทั้งวันทั้งคืน โลกแห่งความตายก็เป็นนรกเราดี ๆนี่เอง เป็นนรกที่ไม่ได้เคี่ยวกรำมนุษย์ทายร่างกาย แต่เป็นการ tortue กันทางจิตใจแบบมาราธอน ทั้งๆที่ ความต้องการของ harpy อย่าง no name ก็มีเพียงอย่างเดียว คือ ความจริง เรืองจริงเท่านั้น no name จึงเป็นตัวที่ผลักดันให้มนุษย์ต้อง reflect ตัวเองโดยตัวเอง เพราะความจริงที่มนุษย์ตระหนักรู้ด้วยตัวเองเท่านั้นจะทำให้มนุษย์รอดผ่านพ้นดินแดนแห่งความตาย(มาราธอน)ไปสู่ ความสงบ การสลายตัว สลายอณูรวมกันเข้ากับธรรมชาติ หรือ universe อีกครั้ง เพราะในโลกทุกโลกที่ซ้อนทับกันอยู่นั้น ไม่มีสิ่งใดหรืออณูได้หลุดหายไป ทุกอย่างเมื่อสลายตัวจะต้องรวมกันเข้ากับสายลม ดวงดาว แม่น้ำ แสงแดด ทุ่งหญ้า นี่นับเป็นความคิดแบบเต๋ามาเองโดยแท้</p>
<p>ถึงบอกว่า หนังสือของพูลแมนชุดไตรภาคชุดนี้ เป็นมหากาพย์ที่กระตุ้นให้คิด และคิด คิดแล้วคิดอีก ก็เลยให้สงสัยตะหงิด ๆว่า พูลแมนมี message อะไรจะกล่าวมากกว่านั้นหรือเปล่า พูลแมนหลอกเด็กหรือหลอกผู้ใหญ่กันแน่ฟะเนี่ย ที่แน่ ๆการใช้ทรีมเรื่องการรบกันระหว่างกองทัพของพระเจ้าในนามเมตระตรอนกับกองทัพของลอร์ดแอชลียร์ที่รวบรวมเอาประดาเทพ แม่มด คนธรรพ์ คนแคระ หมีขั้วโลกและอื่น ๆเข้าด้วยกัน ไม่ได้กล่าวถึง ความดีความชั่วแบบดำขาว แต่สงครามก็คือสงคราม war ก็คือ war ที่มีเป้าหมายเพื่อเอาชนะทำลายล้างและยึดกุมอำนาจเหนือกว่า หน้าทีของการรบก็คือการฟาดฟันกัน นึกไปถึงมหาภารตะยุทธ์แบบเทพนิยายขึ้นมา คงไม่มีใครถามหาความถูกผิด ศีลธรรมจรรยา เพราะการชนะโดยเบ็ดเสร็จนั่นแหละคือศีลธรรมจรรยาโดยตัวของมันเอง แต่เป็นศีลธรรมจรรยาของฝ่ายมีชัย และการพ่ายแพ้ก็คือการล่มสลายของศีลธรรมจรรยาแบบเดิม ๆที่เคยยึดกุมความถูกต้องเบ็ดเสร็จอยู่</p>
<p>สงครามครั้งนี้จึงสำคัญยิ่งนัก เพราะการพ่ายแพ้ก็หมายถึงการจบสิ้นหรือสิ้นสูญของศีลธรรมจรรยาหรืออรรถาธิบายรูปแบบหนึ่งที่ต้องเปิดพื้นที่ให้ศีลธรรมจรรยารูปแบบใหม่และอรรถาธิบายรูปแบบใหม่ โลกก็หมุนวนเวียนไปด้วยการเอาชนะ การยึดกุมอำนาจ การต่อต้าน การล่มสลาย และการก้าวขึ้นมามีบทบาทของศีลธรรมจรรยาแบบใหม่ วนเวียนเป็นวัฏฏะเช่นนี้เรื่อยไป แล้วใยมนุษย์บางจำพวกจึงคิดว่าที่ยึดกุมอยู่นั้นคือชัยชนะแบบถาวรเบ็ดเสร็จศีลธรรมจรรยาที่ยั่งยืนยาวนานชั่วฟ้าดินสลาย</p>
<p>เพราะสรวงสวรรค์ไม่ได้เป็นที่สิงสถิตย์ของความดีและขุมนรกไม่ได้เป็นที่สิงสถิตย์ของความชั่ว และโลกแห่งความตายไม่ใช่โลกแห่งการเสแสร้งตอแหล แม้แต่ Harpy ยังต้องการได้ยินสิ่งเดียวคือ story และขอให้เป็น story ที่เรียกว่าเป็นความจริง แต่ความจริงที่ว่าก็ไม่ได้เท่ากับความดีงามแต่เพียงอย่างเดียว เพราะความจริงที่ต้องการคือการย้อนคิด reflect ตนเองของมนุษย์เพื่อสอบทานสิ่งที่ในช่วงชีวิตได้เรียนรู้จากโลก ประสบการณ์ชีวิตของมนุษย์เป็นเครื่องหล่อเลี้ยง harpy ฉันท์ใด ความเท็จและการเสแสร้งไม่ซื่อตรงต่อตนเองก็เป็นเครื่องยืนยันว่ามนุษย์จำพวกนั้นไม่คู่ควรที่จะกลับเข้าไปหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของโลกหรือจักรวาลอีกครั้ง</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/maewjaidam.wordpress.com/1836/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/maewjaidam.wordpress.com/1836/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/maewjaidam.wordpress.com/1836/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/maewjaidam.wordpress.com/1836/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/maewjaidam.wordpress.com/1836/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/maewjaidam.wordpress.com/1836/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/maewjaidam.wordpress.com/1836/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/maewjaidam.wordpress.com/1836/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/maewjaidam.wordpress.com/1836/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/maewjaidam.wordpress.com/1836/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/maewjaidam.wordpress.com/1836/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/maewjaidam.wordpress.com/1836/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/maewjaidam.wordpress.com/1836/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/maewjaidam.wordpress.com/1836/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1836&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://maewjaidam.wordpress.com/2011/01/18/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/bacc5d924974c082b86bbb8ddfac5418?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">maewjaidam</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://gnosismexico.com/logo_angeles-c.gif" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>ชะตากรรมของผักกาดขาว</title>
		<link>http://maewjaidam.wordpress.com/2010/12/08/%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://maewjaidam.wordpress.com/2010/12/08/%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Dec 2010 07:50:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>maewjaidam</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thought]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maewjaidam.wordpress.com/?p=1830</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์ก่อนนั่งดูละครจีนเรื่องซูสีไทเฮา กงกงอาวุโสคนสนิทของไทเฮาบ่นกับเพื่อนเรื่องขันทีใหม่คนโปรดของไทเฮา และสรุปเพื่อความสบายใจในสถานะของตัวเองว่า &#8220;ผักกาดขาวต่อให้ขาวยังไง หมักดองทุกวัน มันก็ต้องเปลี่ยนสี&#8221; ฟังแล้วก็้ต้องกลับมาคิดว่า จริงหรือเปล่า คำตอบที่ได้ก็มีทั้ง &#8220;ใช่&#8221; และ &#8220;ไม่ใช่&#8221; ในคราวเดียวกัน คำตอบและเงื่อนไขก็คือ it depends on อะไรหลาย ๆอย่าง เรื่องของเรื่องก็ไปลงเอยที่ agent-structure เพราะวันนี้พูดกับคนใกล้ตัวบางคนว่า เรื่อง agent-structure นี้เป็นเรื่องที่เถียงกันไม่จบ และเราก็คงต้องยอมรับว่าไม่อาจถือหางข้างใดข้างหนึ่งแบบสุดลิ่มทิ่มประตูได้ เพราะถ้าเราถือข้าง structure ก็แข็งทื่อตายตัวไปอีกแบบ และจะกลายเป็นพวกกำหนดนิยมไป แต่ถ้าเราถือข้าง agent แบบสุดขั้ว เราก็จะกลายเป็นพวก idealist ที่ล่องลอยเท้งเต้งไปมาแบบหาหลักยึดเกาะไม่ได้ แล้วก็กลับมาประเด็นเดิมที่ว่า agent ที่ถูกตัดแขนตัดขาตัดหัว จะลอยเท้งเต้งไปได้สักแค่ไหนกัน คำตอบที่ได้สำหรับผักกาดขาวก็คือ แล้วผักกาดขาวจะไม่เปลี่ยนสีคงความขาวเอาไว้ได้นานสักแค่ไหน ถ้าถังหมักเต็มไปด้วยสารละลายเข้มข้นพร้อมเปลี่ยนแปลงสีและเนื้อของผักกาดขาวอยู่ตลอดเวลา คำถามสำหรับมนุษย์ที่มีเมาตาฟอร์เป็นผักกาดขาว และสังคมที่มีเมตาฟอร์เป็นไหหมักดอง ก็คือ มนุษย์จะทานทนต่อการ socialize หลายรูปแบบได้แค่แน่ ถึงจะไม่เปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่างเปลี่ยนเจตนารมย์ไป หรือ agent จะไม่มีเจตนารมย์เป็นผักกาดขาวพันธุ์พิเศษที่ขาว ๆสุด ๆแต่ก็พร้อมจะเปลี่ยนสีได้สุด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1830&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.d-aroi.com/wp-content/uploads/2008/05/chinesecabbage.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>อาทิตย์ก่อนนั่งดูละครจีนเรื่องซูสีไทเฮา กงกงอาวุโสคนสนิทของไทเฮาบ่นกับเพื่อนเรื่องขันทีใหม่คนโปรดของไทเฮา และสรุปเพื่อความสบายใจในสถานะของตัวเองว่า &#8220;ผักกาดขาวต่อให้ขาวยังไง หมักดองทุกวัน มันก็ต้องเปลี่ยนสี&#8221; ฟังแล้วก็้ต้องกลับมาคิดว่า จริงหรือเปล่า คำตอบที่ได้ก็มีทั้ง &#8220;ใช่&#8221; และ &#8220;ไม่ใช่&#8221; ในคราวเดียวกัน คำตอบและเงื่อนไขก็คือ it depends on อะไรหลาย ๆอย่าง เรื่องของเรื่องก็ไปลงเอยที่ agent-structure เพราะวันนี้พูดกับคนใกล้ตัวบางคนว่า เรื่อง agent-structure นี้เป็นเรื่องที่เถียงกันไม่จบ และเราก็คงต้องยอมรับว่าไม่อาจถือหางข้างใดข้างหนึ่งแบบสุดลิ่มทิ่มประตูได้ เพราะถ้าเราถือข้าง structure ก็แข็งทื่อตายตัวไปอีกแบบ และจะกลายเป็นพวกกำหนดนิยมไป แต่ถ้าเราถือข้าง agent แบบสุดขั้ว เราก็จะกลายเป็นพวก idealist ที่ล่องลอยเท้งเต้งไปมาแบบหาหลักยึดเกาะไม่ได้ แล้วก็กลับมาประเด็นเดิมที่ว่า agent ที่ถูกตัดแขนตัดขาตัดหัว จะลอยเท้งเต้งไปได้สักแค่ไหนกัน คำตอบที่ได้สำหรับผักกาดขาวก็คือ แล้วผักกาดขาวจะไม่เปลี่ยนสีคงความขาวเอาไว้ได้นานสักแค่ไหน ถ้าถังหมักเต็มไปด้วยสารละลายเข้มข้นพร้อมเปลี่ยนแปลงสีและเนื้อของผักกาดขาวอยู่ตลอดเวลา คำถามสำหรับมนุษย์ที่มีเมาตาฟอร์เป็นผักกาดขาว และสังคมที่มีเมตาฟอร์เป็นไหหมักดอง ก็คือ มนุษย์จะทานทนต่อการ socialize หลายรูปแบบได้แค่แน่ ถึงจะไม่เปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่างเปลี่ยนเจตนารมย์ไป หรือ agent จะไม่มีเจตนารมย์เป็นผักกาดขาวพันธุ์พิเศษที่ขาว ๆสุด ๆแต่ก็พร้อมจะเปลี่ยนสีได้สุด ๆเหมือนกัน <img src='http://s0.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>วันก่อนอ่านขีวประวัติของนาโรปะ(ศิษย์ของทีโลปะ)เจ้าสำนักนาลันทา ก็พบว่าเชอเกียมก็พูดถึงกรณีการไม่ยอมเปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่างแบบนี้ในประวัติศาสตร์ และทางออกก็คือการหนีไปให้พ้นด้วยการฆ่าตัวตาย อ่านแล้วก็คิดถึงเรื่อง &#8220;แรด&#8221; และเมตามอรฟอร์ซิสที่เคยเขียนถึงเมื่อนานมาแล้ว ว่าการกลายร่างยอมสลายอัตลักษณ์บางอย่างให้เข้าพวกหรือเหมือนกับคนส่วนใหญ่นั้น บางครั้งก็เป็นเรื่องหนักหนาและเป็นการต่อสู้ต้าทานที่เอาเรื่อง จุดจบของเรื่องประเภทนี้มีอยู่แค่ 2 ทางเลือก จริงคือ ยอมเปลี่ยนแปลงหรือไม่ยอมเปลี่ยนแปลง (แค่นั้น) ใช่หรือเไม่</p>
<p>หรือว่ายังมีทางเลือกอื่่นเป็น ทางเลือกสายที่สาม แค่สงสัยว่าถ้าตอบโดยใช้คำของบูดิเยอร์ว่า ถ้าไม่มี feeling of the game เลย จะเป็นทางเลือกอีกทางหรือเปล่า คิดไปคิดมาก็น่าเสียดายที่เรื่องหลายเรื่องก็เป็น structure ที่ครอบเป็น priori ไว้ก่อนอยู่แล้วจนยากที่ agent จะบอกได้ว่ามี feel of the game หรือเปล่า เพราะไม่รู้ว่า การไม่มี feel of the game เป็นอย่างไร เมื่อรู้ก็หมายว่าได้ก้าวเข้าสู่ game นั้นเรียบร้อยแล้ว ทางเลือกสายที่สามสำหรับบางเรื่องจึงอาจจะถูกปิดลง</p>
<p>คำตอบสำหรับผักกาดขาว จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าผักกาดขาวจะคงความขาวได้หรือเปล่า คำตอบอาจจะต้องกลับไปที่คำถามว่า เพราะเหตุใดผักกาดขาวจึงต้องลงไปอยู่ในโหลดอง ผักกาดขาวจะเลือกที่จะลงไปอยู่ในโหลดองได้หรือไม่ หรือปล่อยให้ผักกาดขาวลงไปอยู่ในโหลดองก่อน แล้วจึงเผยไต๋ออกมาว่า ก็เลือกเอาแล้วกันว่าจะคงความขาวและสดอยู่หรือจะกลายเป็นเกี๋ยมช่ายไป 555</p>
<p>หรือนี่คือชะตากรรมของผักกาดขาว</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/maewjaidam.wordpress.com/1830/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/maewjaidam.wordpress.com/1830/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/maewjaidam.wordpress.com/1830/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/maewjaidam.wordpress.com/1830/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/maewjaidam.wordpress.com/1830/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/maewjaidam.wordpress.com/1830/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/maewjaidam.wordpress.com/1830/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/maewjaidam.wordpress.com/1830/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/maewjaidam.wordpress.com/1830/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/maewjaidam.wordpress.com/1830/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/maewjaidam.wordpress.com/1830/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/maewjaidam.wordpress.com/1830/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/maewjaidam.wordpress.com/1830/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/maewjaidam.wordpress.com/1830/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1830&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://maewjaidam.wordpress.com/2010/12/08/%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/bacc5d924974c082b86bbb8ddfac5418?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">maewjaidam</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.d-aroi.com/wp-content/uploads/2008/05/chinesecabbage.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>เพ้อเจ้อเรื่องบูดิเยอร์</title>
		<link>http://maewjaidam.wordpress.com/2010/10/27/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://maewjaidam.wordpress.com/2010/10/27/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Oct 2010 03:52:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>maewjaidam</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://maewjaidam.wordpress.com/?p=1827</guid>
		<description><![CDATA[ได้อ่านงาน habitus ฉบับเบบี๋ เกี่ยวกับความคิดเรื่อง habitus ของบูดิเยอร์ เลยกลับมา reflex ว่า ฤา บูดิเยอร์กำลังจะนำพาเราฝ่าดง structure-agency เพื่อกลบรอยแยกระหว่างแนวคิดสองแนวคิดที่ตกอยู่ใน trap ระหว่าง 2 วิวาทะทาง ontology อันนี้ โครงข่ายของโครงสร้างหรือหัตถาของมนุษย์ อะไรจะเป็นตัวกำหนดโชคชะตาของมนุษย์ สองวิวาทะที่แย้งกันสุดขั้วอย่างเห็นได้ชัดเจน ทำให้เรานึกถึง โครงสร้างนิยมกับพวกอัตถิภาวะนิยม และข้อโต้แย้งที่ไม่สามารถทำให้เราพึงพอใจได้ทั้งสองด้าน ในงานชิ้นนี้สำรวจถึงความรู้ทางมนุษยวิทยา โดยแยกเป็น 2 คือ ฝ่ายโครงสร้างการหน้าที่นิยม โครงสร้างนิยม มาร์กซิสต์ รวมเป็นฝ่าย structure อีกฝ่ายหนึ่งก็สืบมาจากพวกปรากฏการณ์นิยม กับชาติพันธุ์วิธีวิทยา พวกนี้เป็นฝ่าย agency เลยคิดต่อว่า จริง ๆอันนี้ก็สะท้อนออกมาสูส่วนที่เรียกว่า ภาววิสัยอัตวิสัยด้วยหรือเปล่า การเชื่อมของบูดิเยอร์ในที่นี้ใช้คำว่า habitus หรือความโน้มเอียงทางอุปนิสัย ซึ่งเราอาจจะเรียกว่า &#8220;สันดาน&#8221; ที่ฝังอยู่ และ habitus นี้ในทางหนึ่งก็คือการ internalized โครงสร้างภายนอกเข้าสู่ตัวตนข้างในแบบที่เรียกว่าเป็นธรรมชาติที่สอง second nature [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1827&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:8v9xtPpT8G-IdM::&amp;t=1&amp;usg=__o4L9tTslgKuOrjn7-yzJ_q5dfPc=" alt="" width="518" height="435" /></p>
<p>ได้อ่านงาน habitus ฉบับเบบี๋ เกี่ยวกับความคิดเรื่อง habitus ของบูดิเยอร์ เลยกลับมา reflex ว่า ฤา บูดิเยอร์กำลังจะนำพาเราฝ่าดง structure-agency เพื่อกลบรอยแยกระหว่างแนวคิดสองแนวคิดที่ตกอยู่ใน trap ระหว่าง 2 วิวาทะทาง ontology อันนี้ โครงข่ายของโครงสร้างหรือหัตถาของมนุษย์ อะไรจะเป็นตัวกำหนดโชคชะตาของมนุษย์ สองวิวาทะที่แย้งกันสุดขั้วอย่างเห็นได้ชัดเจน ทำให้เรานึกถึง โครงสร้างนิยมกับพวกอัตถิภาวะนิยม และข้อโต้แย้งที่ไม่สามารถทำให้เราพึงพอใจได้ทั้งสองด้าน ในงานชิ้นนี้สำรวจถึงความรู้ทางมนุษยวิทยา โดยแยกเป็น 2 คือ ฝ่ายโครงสร้างการหน้าที่นิยม โครงสร้างนิยม มาร์กซิสต์ รวมเป็นฝ่าย structure อีกฝ่ายหนึ่งก็สืบมาจากพวกปรากฏการณ์นิยม กับชาติพันธุ์วิธีวิทยา พวกนี้เป็นฝ่าย agency เลยคิดต่อว่า จริง ๆอันนี้ก็สะท้อนออกมาสูส่วนที่เรียกว่า ภาววิสัยอัตวิสัยด้วยหรือเปล่า</p>
<p>การเชื่อมของบูดิเยอร์ในที่นี้ใช้คำว่า habitus หรือความโน้มเอียงทางอุปนิสัย ซึ่งเราอาจจะเรียกว่า &#8220;สันดาน&#8221; ที่ฝังอยู่ และ habitus นี้ในทางหนึ่งก็คือการ internalized โครงสร้างภายนอกเข้าสู่ตัวตนข้างในแบบที่เรียกว่าเป็นธรรมชาติที่สอง second nature แบบที่บางคนคิดว่าไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้น false consciousness จะยังดำรงอยู่ได้หรือเปล่า และที่ว่าไม่รู้ตัวนั้น ก็อาจจะไม่ใช่ไม่รู้ตัว ไม่ใช่ false consciouness จริง ๆ แต่เป็น consciousness ที่มันดูเป็นปกติเป็นธรรมชาติเหลือเกิน ส่วนที่ว่า agency ยังจะต่อกรกับการ internalized แบบนี้ได้หรือเปล่า บูดิเยอร์พูดว่าได้ และ agency ก็ทำการดัดแปลง adapt การ internalized โครงสร้างแบบนี้แบบเห็นกันได้ คำถามที่สงสัยคือ ถ้า agency ต่อกรดัดแปลงตีความ structure ที่กำหนดตัวเองได้ ผลที่เกิดคือ agency ก็ส่งผลปรับ structure ที่ครอบงำตัวเองอยู่ได้ และนี่ก็น่าจะเป็นคุณูปการอย่างสำคัญของ บูดิเยอร์ อ่านแล้วไพล่ไปนึกถึงงาน weapons of the weak ของ สก็อต ขึ้นมา เนื่องจากงานหลายชิ้นทางมนุษยวิทยา พบว่ามีการต่อต้านต่อสู้ในรูปแบบต่าง ๆที่ไม่เห็นชัดแจ้งบนพื้นผิว แต่ปรากฎอยู่ใต้พื้นผิว</p>
<p>การพิจารณา habitus ก็เป็นเหมือนการสะท้อนให้เห็น dialectics ที่บางคนบอกว่า ไปไกลว่า dialectics แบบกลไก ที่เราหลับตาท่องกันได้ ว่า thesis-antithesis-synthesis แต่กลับบอกว่า เป็นเสมือนหนึ่งนกฟินิกซ์ที่ต้องสลายร่างกลางกองไฟและกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง อืม อันนี้คงต้องไปดูรายละเอียดอีกครั้ง ว่า debate ทางปรัชญาอันนี้ไปต่อได้หรือเปล่า</p>
<p>habitus สะท้อนให้เห็นความแตกต่างรว ปัจเจก กลุ่ม ชนชั้น และสังคม แต่ชนชั้นแบบมาร์กซ์ถูกปรับเปลี่ยนเป็น field ไป และ fields ทั้งหลายก็อาจจะเหลื่อมซ้อนทับกันอยู่ และในแต่ละ filed ก็มี habitus เป็นของตนเอง  มีคนพิจารณาว่า บูดิเยอร์ ไม่ดูเบาปัจเจก แต่พวกมาร์กซ์ก็อาจจะบอกได้ว่า บูดิเยอร์สลายชนชั้น และสร้างมายาภาพเรื่อง field ขึ้นมาทับซ้อน (มายาภาพ) เรื่องชนชั้น แต่ประเด็นนี้ใครเป็นมายาภาพของใครคงต้องดูให้ดีอีกที เพราะจริง ๆเป้าประสงค์การทำความเข้าใจของทั้งคู่ก็แตกต่างกันอยู่พอสมควร ปัญหาสำหรับมาร์กซ์คือ การไม่สามารถแยกแยะแนวคิดของมาร์กซ์ออกจากกันเป็นส่วน ๆ ถึงแม้การพิจารณาของมาร์กซ์จะครอบคลุมมิติหลากหลายมิติแบบองค์รวม แต่มิติแบบนี้ก็ขับเคลื่อนพัวพันไปกับมิติการเมือง ซึ่งการพิจารณาแบบแยกออกจากกัน ก็ทำได้ยากเหลือเกิน สำหรับบูดิเยอร์ ก็คงซับซ้อนไม่น้อยกว่ากัน เพียงแต่มิติทางการเมืองอาจจะอยู่ในระดับต้องเจาะดู ไม่ได้ประกาศกันแบบชัดแจ้ง มิติทางการเมืองของบูดิเยอร์ก็อาจจะเป็นการสลัดหนูน้อยโครงสร้างออกไปและกระซิบบอกว่าเกินไปในขณะเดียวกันก็ตบหัวหนูน้อยagency ดูเบา ๆว่า ช่าง naive เหลือเกิน ฝันกลางวันหรือเปล่าหนู หึ หึ ในขณะเดียวกันก็จับมือหนูน้อยทั้งสองมาเล่นเกมส์ใหม่ร่วมกัน เป็นเกมส์ต้อง balance กันให้ดี และภายหลังการดึงชักกะเย่อกันไปมา ก็บอกว่าชักกะเย่อกันต่อไปกันนะหนู ขืนใครปล่อยก่อนก็ล้มก้นกระแทกไปทั้งคู่ เพราะฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต่างก็ขาดกันไปไม่ได้ ไม่งั้นก็อดเล่นทั้งคู่</p>
<p>คิดได้เป็นตุเป็นตะ ไปได้ ไปดีกว่า แล้วค่อยกลับมาดูความคิดของบูดิเยอร์กันใหม่ ไปสั่งสมสรรพกำลัง อาวุธยุโธปกรณ์ทางความคิดก่อน</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/maewjaidam.wordpress.com/1827/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/maewjaidam.wordpress.com/1827/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/maewjaidam.wordpress.com/1827/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/maewjaidam.wordpress.com/1827/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/maewjaidam.wordpress.com/1827/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/maewjaidam.wordpress.com/1827/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/maewjaidam.wordpress.com/1827/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/maewjaidam.wordpress.com/1827/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/maewjaidam.wordpress.com/1827/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/maewjaidam.wordpress.com/1827/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/maewjaidam.wordpress.com/1827/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/maewjaidam.wordpress.com/1827/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/maewjaidam.wordpress.com/1827/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/maewjaidam.wordpress.com/1827/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=maewjaidam.wordpress.com&amp;blog=2789526&amp;post=1827&amp;subd=maewjaidam&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://maewjaidam.wordpress.com/2010/10/27/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/bacc5d924974c082b86bbb8ddfac5418?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">maewjaidam</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:8v9xtPpT8G-IdM::&#38;t=1&#38;usg=__o4L9tTslgKuOrjn7-yzJ_q5dfPc=" medium="image" />
	</item>
	</channel>
</rss>
